Freedive Q&A
ตอบทุกข้อสงสัยกับการเรียนฟรีไดฟ์
- All
- 1: General & Beginner (ข้อมูลพื้นฐานสำหรับมือใหม่)
- 2: Courses & Certification (หลักสูตรและการรับรอง)
- 3: Logistics & Preparation (การเตรียมตัวและสถานที่เรียน)
- 4: Technical & Health เทคนิคและการดูแลสุขภาพ
- 5: Equipment (อุปกรณ์ฟรีไดวิ่ง)
เรามีพันธมิตรที่พักในราคานักเรียน ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงบังกะโลริมทะเลใกล้จุดดำน้ำ สามารถสอบถามทีมงานเพื่อจองล่วงหน้าได้
ควรทานอาหารที่ย่อยง่ายและไม่หนักท้อง เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและอาหารรสจัด อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนลงน้ำ
ควรว่ายน้ำได้เบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย โดยมาตรฐานคอร์ส AIDA 2 จะต้องสามารถว่ายน้ำเบื้องต้นหรือลอยตัวได้ เพื่อยืนยันว่าคุณสามารถดูแลตัวเองในน้ำลึกได้
แต่ถ้าคุณไม่สามารถว่ายน้ำได้เลย ลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ เราแนะนำให้เริ่มต้นเรียนที่ AIDA 1 ก่อน เพื่อปรับพื้นฐาน ไม่ต้องกังวลใน Community ของโรงเรียนเราจะคอยสอนการว่ายน้ำเพิ่มเติมด้วยอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยโดยสมบูรณ์
โดยปกติใช้เวลา 2-3 วัน แบ่งเป็นภาคทฤษฎีและสระว่ายน้ำ 1 วัน และภาคทะเล 1-2 วัน ในเนื้อหาเรียน และขึ้นอยู่กับความพร้อมและทักษะของผู้เรียนแต่ละคน
หลังเรียนเสร็จแล้ว ทักษะไหนยังไม่ดีหรือทำไม่ได้ในระหว่างเรียน สามารถกลับเข้ามาฝึกซ้อมกับทางโรงเรียนต่อได้ นี้คือข้อดีของโรงเรียนเรา ที่มี Community การฝึกซ้อมฟรีไดฟ์ในกรุงเทพฯ
Wetsuit เป็นอีกอย่างที่ใช้ในการฟรีไดฟ์ เวทสูททำหน้าที่ช่วยคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้หนาวเย็นเวลาอยู่ในน้ำที่นาน และยังช่วยป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้อีกด้วย สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ในระหว่างเรียนทางโรงเรียนมีเวทสูตรให้เช่าสำหรับคนที่หนาวง่ายเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเรียน แต่ถ้าออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปการที่ได้ใส่เวทสูตรหรือชุดแขนยาวขายาว ก็สามารถป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้เช่นกัน ในระดับต่อไปจริงจังกับกิจกรรมฟรีไดฟ์มีการออกซ้อมบ่อยๆ ก็ควรมีเวทสูทติดตัวไว้อย่างน้อยหนึ่งตัวก็ดี
การเรียรฟรีไดฟ์ ไม่ยากและไม่ง่ายเกินไปที่ทุกคนจะสามารถเรียนรู้และปฏิบัติได้ ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับทักษาะการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลว่าจะไปพัฒนาไปได้เร็วและดีแค่ไหน ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ในคอร์สเรียนได้กำหนดวันเรียนไว้อย่างน้อย 1 วันที่ทำให้คุณเรียนรู้ทักษะของฟรีไดฟ์เบื้อต้นทั้งหมด แต่ถ้ายังไม่สามารถทำได้ดีหรือยังไม่ได้ ก็สามารถเรียนซ้ำได้กับทางโรงเรียนของเรา จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สเรียนใหม่ที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียนมีนโยบาย ให้กับนักเรียนที่เรียนกับทางเราได้รับข้อมูลและการปฏิบัติอย่างครบถ้วน เพราะอย่างนั้นไม่ต้องกังวลไป ทำไม่ได้ก็กลับมาเรียนซ้ำใหม่ได้จนกว่าคุณจะสำเร็จผ่านตามเกณฑ์ของหลักสูตรไปได้
ในหลักสูตรจะมีการฝึก Static Apnea (การกลั้นหายใจในสระ) เพื่อสอนให้คุณรู้จักขีดจำกัดและสัญญาณเตือนของร่างกาย เช่น อาการกระตุกของกะบังลม (Contractions)
APNEA Thailand จะมีออกรอบเรียนทะเลทุกเดือนเดือนละ 1 ครั้ง สามารถติดตามตารางการออกทะเลได้ที่ Line OA : @apneathailand
และยังมีการเรียนที่เกาะเต่าด้วย
AIDA 1 คือคอร์สทดลอง 1 วัน ส่วน AIDA 2 คือคอร์สเต็มรูปแบบ หากคุณต้องการดำน้ำจริงจังแนะนำ AIDA 2 เพราะครอบคลุมทั้งทฤษฎี สระ และทะเล พร้อมได้รับใบเซอร์ฯ สากล แนะนำเพิ่มเติมถ้าคุณไม่มั่นใจในการว่ายน้ำของตัวเองหรือลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ แนะนำเรียน AIDA 1 ก่อน แต่ถ้าคุณว่ายน้ำไม่ได้หรือทักษะว่ายน้ำยังไม่ดี และไม่กลัวน้ำ คุณก็สามารถเลือกเรียน AIDA 2 ได้เลย
มีความปลอดภัยสูงมากหากเรียนและปฏิบัติอย่างถูกต้อง ภายใต้กฎความปลอดภัยสากล เช่น การไม่ดำน้ำคนเดียว (Never Dive Alone) และการมี Buddy ที่ผ่านการอบรมคอยดูแลเสมอ เราสามารถหลีกเลี่ยงความอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในคอร์สเรียนของเราจะมีการสอนให้เข้าใจถึงความเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน การเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกวิธีและทำให้เข้าใจฟรีไดฟ์ได้อย่างลึกซึ้ง คุณก็จะสามารถดำน้ำได้ด้วยความปลอดภัย
ชุดว่ายน้ำ, อุปกรณ์อาบน้ำ, ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง, และความพร้อมของร่างกายและใจ หากมีอุปกรณ์ส่วนตัวสามารถนำมาให้ครูช่วยเช็กความเหมาะสมได้
อุปกรณ์ในการเรียนฟรีไดฟ์ทางโรงเรียนจะเตรียมให้นักเรียนทุกคน
สามารถทำได้ผ่านระบบ Crossover โดยครูผู้สอนจะทำการประเมินทักษะตามเกณฑ์ของสถาบันปลายทางเพื่อให้คุณเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ทันที
เป็นข้อได้เปรียบของ AIDA ที่มีทักษะและคุณภาพที่สูงกว่า ทำให้สามารถไปเรียนต่อในหลักสูตรอื่นได้ง่ายขึ้น
การเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ในขั้นแรก จะสามารถเริ่มเรียนได้ 2 คอร์ส Basic Freedive หรือ Freediver ในระดับแต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการทำกิจกรรมหรือสภาพของร่างกาย ความแตกต่าง หลังผ่านหลักสูตรแล้วก็เรียนในระดับต่อไปได้ Advande Freediver และ Master Freediver ในระดับถัดไปสำหรับคนที่อยากทำเป็นอาชีพหรือเพิ่มทักษะความรู้มากขึ้น เรียนระดับ Freedive Instructor ได้
ต่างกันที่ระดับความลึกและเทคนิค สน็อกเกิลคือการลอยตัวดูปะการังจากผิวน้ำ แต่ฟรีไดวิ่งมีการใช้เทคนิคการเคลียร์หู (Equalization) เพื่อดำลงสู่ความลึกอย่างเป็นระบบ และสังเกตุอาการต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการดำน้ำลึกเป็นเวลานาน
มีหลายทางเลือก เช่น รถทัวร์ต่อเรือ (Lomprayah) หรือบินมาลงสมุย/สุราษฎร์ฯ แล้วต่อเรือ ทางโรงเรียนมีคู่มือแนะนำการเดินทางเตรียมไว้ให้คุณ
แนะนำให้ไปสอบภาคทะเลภายใน 6 เดือน เพื่อให้ทักษะที่เรียนในสระยังสดใหม่และไม่ต้องทวนทฤษฎีใหม่ทั้งหมด การเรียนที่ต่อเนื่องให้จบคอร์สจะช่วยให้ไม่ลืมทักษะที่เรียนมากทั้งหมดได้
มีผลทำให้ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการหายใจไม่อิ่มขณะดำน้ำ แนะนำให้ลดหรือเลี่ยงก่อนวันเรียน
การเรียนฟรีไดฟ์แน่นอนสามารถเรียนคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนมาเรียนด้วยก็ได้ เพราะในคลาสเรียนคุณจะได้พบเจอเพื่อนๆใหม่ที่สนใจกิจกรรมแบบเดียวกับคุณ ทำให้คุณได้มิตรภาพใหม่กลับไปและออกไปดำน้ำด้วยกันได้ การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์มีกฏเหล็กสำหรับการดำน้ำอยู่คือ “Never Dive Alone” ห้ามดำน้ำคนเดียวเด็ดขาด ต้องมีคู่ดำน้ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยทั้งสองคน การออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปก็ควรมีเพื่อนออกไปดำน้ำด้วย ห้ามไปคนเดียวเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถมีใครช่วยเหลือเราได้
ล้างด้วยน้ำจืดให้สะอาดทุกครั้งและตากในที่ร่ม เลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานานเพื่อป้องกันวัสดุยางและซิลิโคนเสื่อมสภาพเร็ว
ช่วยให้คุณมีสมาธิที่ดีขึ้น ควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้น และได้สัมผัสโลกใต้น้ำในมุมมองที่อิสระและเป็นธรรมชาติมากกว่าการดำน้ำประเภทอื่น
ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวบางอย่างก็จะสามารถเรียนได้เช่นกัน โรคประจำตัวที่ไม่สามารถเรียนได้ คือ โรคความดั่นโลหิตต่ำ โรคหัวใจ โรคลมชัก โรคเกี่ยวกับปอด โรคภาวะติดเชื้อรุนแรง โรคประสาทขั้นรุนเรง เป็นต้น ส่วนบุคคลที่ร่างกายไม่แข็งแรงมากก็สามารถเรียนได้ฟรีไดฟ์จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นได้ แต่การเล่นกีฬาก็ควรหมั่นทำให้ร่างกายแข็งแรงและปลอดโรคจะดีที่สุด ควรได้รับการรับรองจากแพทย์ก่อนเริ่มเรียนฟรีได์
เราเลือกใช้สระว่ายน้ำจุฬาภรณ์เฉพาะทางในทำเลที่เดินทางสะดวก สระตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัย เชื่อมต่อถนนหลัก 3 สาย (พหลโยธิน-งามวงศ์วาน-วิภาวดี)
ทำให้ไม่ว่าจะมาจากโซนไหนก็ถึงสระได้รวดเร็ว
🚆 เดินทางด้วยรถไฟฟ้า (สะดวกที่สุด)
-
BTS สายสีเขียว: ลงสถานี ม.เกษตรศาสตร์ (ทางออก 1) เดินเข้าประตูพหลโยธิน แล้วต่อ รถตะลัย (สาย 1 หรือ 3) หรือเรียก MuvMi มาส่งหน้าสระได้ทันที
-
SRT สายสีแดง: ลงสถานี บางเขน เดินข้ามฝั่งเข้าประตูวิภาวดีรังสิต แล้วต่อรถตะลัยสาย 5 หรือวินมอเตอร์ไซค์
🚗 เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
-
ทางเข้าหลัก: เข้าได้ทั้งจาก ประตูพหลโยธิน, ประตูงามวงศ์วาน และประตูวิภาวดี
-
ที่จอดรถ: บริเวณรอบสระว่ายน้ำมีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก ปลอดภัยและไม่แออัด
🚌 เดินทางด้วยรถเมล์
-
ฝั่งพหลโยธิน: สาย 26, 34, 39, 59, 114, 503, 522
-
ฝั่งงามวงศ์วาน: สาย 63, 104, 114, 522, 545
-
ฝั่งวิภาวดี: สาย 29, 52, 510, 555
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเรียน และต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินสุขภาพ เนื่องจากความดันน้ำมีผลต่อระบบหมุนเวียนเลือดและหัวใจ
การกลั้นหายใจได้นาน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นการหายใจให้ถูกวิธีในแบบของฟรีไดฟ์ ทักษาะการผ่อนคลาย การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่เริ่มกลั้นหายใจ และการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีเพื่อพัฒนาศักยภาพร่างกายให้ดีขึ้นไป ทั้งหมดนี้มีอยู่ในคอร์สเรียนของเราซึ่งคนที่ได้เข้าคอร์สเรียนจะได้รับการอบรมในเนื้อหาส่วนนี้
ฟรีไดวิ่งคือการดำน้ำโดยใช้ลมหายใจเดียว (Breath-hold) โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยหายใจใต้ตัว เน้นความสงบ การฝึกสมาธิ และการเข้าใจกลไกของร่างกายภายใต้ความดันน้ำ การเล่นกิจกรรมชนิดนี้มีความเสี่ยงอาจที่เกิดอันตรายกับร่างกายและชีวิตของเราได้ ควรที่จะเริ่มต้นเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกต้องและมีใบรับรอง ฟรีไดฟ์ยังมีการแข่งขันเพื่อทำสถิตในการดำน้ำอีกด้วย


