AIDA vs Molchanovs vs SSI: เลือกสถาบันไหนดี? พร้อมเทคนิคเลือกครูและ”การฝึกฟรีไดวิ่ง” ที่ใช่สำหรับคุณ

January 28, 2026
เลือกเรียนฟรีไดวิ่งสถาบันไหนดี?

Key Takeaway (สรุปเนื้อหาใน 1 นาที)

  • มาตรฐานครู: ทุกสถาบันเข้มงวดต่างกัน AIDA เน้นวิชาการกีฬา, Molchanovs เน้นสมรรถภาพ, SSI เน้นความเป็นระบบสบาย
  • สระว่ายน้ำ: ต้องลึก 3.5 – 5 เมตร น้ำสะอาด ความยาว 25 ถึง 50 เมตร เหมาะกับฟรีไดฟ์ เพื่อการฝึก การดำน้ำและการเคีลยร์หู
  • Apnea Thailand Concept: เราเปลี่ยนการเรียนแบบ “จบคอร์สแล้วแยกทาง” เป็น “Freedive Gym” ที่คุณสามารถเข้ามาฝึกซ้อมได้ต่อเนื่องไม่ว่าคุณจะจบจากสถาบันไหน เหมือนการเข้ายิมที่มีคลาสให้เลือกหลากหลาย

เจาะลึก 3 สถาบันยักษ์ใหญ่ในวงการฟรีไดฟ์

การเลือกสถาบันเปรียบเสมือนการเลือกมหาวิทยาลัยครับ ทุกที่ให้ความรู้เหมือนกันแต่มี “สไตล์” และ “สังคม” ที่ต่างกัน

AIDA & SSI & Molchanov

1. AIDA (Association Internationale pour le Développement de l’Apnée)

พี่ใหญ่ของวงการที่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร AIDA คือผู้กำหนดมาตรฐานการแข่งขันฟรีไดฟ์โลก

  • จุดเด่น: เนื้อหาเข้มข้น เน้นสรีรวิทยาและความปลอดภัยที่ผ่านการวิจัยมาอย่างยาวนาน

  • เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบความท้าทายและอยากวัดผลตัวเองตามมาตรฐานสากลที่เก่าแก่ที่สุด

2. Molchanovs (The Molchanovs Education System)

ก่อตั้งโดยแชมป์โลก Alexey Molchanov เน้นสร้าง “Community” ของนักดำน้ำ

  • จุดเด่น: เมื่อเรียนจบ คุณจะได้สิทธิ์เข้าถึง Molchanovs Dashboard ซึ่งมีตารางฝึก (Badges) ให้ทำต่อเนื่องได้ทั่วโลก

  • เหมาะสำหรับ: คนที่อยากมีกลุ่มเพื่อนฝึกซ้อมในระบบและต้องการพัฒนาศักยภาพไปสู่ระดับนักกีฬา

3. SSI (Scuba Schools International)

สถาบันที่โด่งดังมาจากฝั่ง Scuba และขยายตัวมาทำ Freediving ได้อย่างดี

  • จุดเด่น: ระบบแอปพลิเคชัน MySSI ที่ล้ำสมัย สื่อการสอนเป็นวิดีโอเข้าใจง่าย และมีศูนย์ดำน้ำรองรับอยู่ทุกมุมโลก

  • เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบความสะดวกสบายของระบบสื่อการเรียนและการจัดการที่เป็นระบบอย่างสบาย

หัวข้อเปรียบเทียบ AIDA Molchanovs SSI
ปรัชญาการสอน วิชาการ / การกีฬา การฝึกฝนต่อเนื่อง / สังคม เข้าถึงง่าย / มีมาตรฐาน
สื่อการสอน PDF / EOS Website App / Dashboard App / Video
การฝึกซ้อมหลังจบ ขึ้นอยู่กับโรงเรียน มีระบบออนไลน์รองรับ มีเครือข่ายศูนย์ดำน้ำทั่วโลก (DC)
ความยากของเกณฑ์สอบ สูง (เน้นเทคนิคเฉพาะ) สูง (เน้นสมรรถภาพ) มาตรฐาน (เน้นความเข้าใจ)

Key Takeaway (สรุปเนื้อหาใน 1 นาที)

  • AIDA: มาตรฐานสากล เน้นวิชาการและการกีฬา เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นฐานแน่นและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก

  • Molchanovs: เน้นการฝึกฝนต่อเนื่อง (Training Base) มีระบบ Dashboard ออนไลน์ที่แข็งแรง เหมาะกับคนที่อยากพัฒนาทักษะระยะยาว

  • SSI: เน้นความเป็นอาชีพและสื่อการสอนดิจิทัลที่ทันสมัย เข้าใจง่าย มาตรฐานเดียวกับสถาบันดำน้ำลึก (Scuba)

คำแนะนำ: สถาบันเป็นเพียงมาตรฐาน แต่ “ครูผู้สอน” และ “สถานที่เรียน” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาทักษะจริงๆ

3 ปัจจัยที่สำคัญกว่า “ชื่อสถาบัน”

จากประสบการณ์การสอนและกิจการที่ Apnea Thailand ดำเนินการมากว่า 6ปี เราพบว่านักเรียนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เลือกแค่สถาบันที่จะเรียน แต่เลือกสิ่งเหล่านี้เป็นหลักสำคัญ :

  1. ครูผู้สอน (The Instructor): ครูที่มีประสบการณ์การดำน้ำสูง จะสามารถปรับจูนเทคนิค (เช่น การเคลียร์หูแบบ Frenzel หรือแนวทางการดำน้ำลึก) เพื่อให้เข้ากับสรีระของนักเรียนได้ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันไหนก็ตาม ครูเก่งเท่ากับเรียนสนุกและปลอดภัย ได้ความรู้ครบและพัฒนาได้ต่อเนื่อง

  2. สถานที่เรียน (The Location): * ภาคสระน้ำ: ควรเป็นสระน้ำที่ได้มาตรฐานมีความลึกที่เหมาะสม และหรือมีสระลึกมากว่า 3 เมตร 5 เมตร สามารถใช้ในการเรียนรู้ฟรีไดฟ์ได้อย่างครบถ้วน เพื่อฝึกทักษะพื้นฐานให้แม่นยำ และสะดวกต่อการเดินทางของนักเรียนได้มีการเข้าถึงการฝึกซ้อมที่ง่าย

    • ภาคทะเล: แสมสาร,ชลบุรี ที่ง่ายต่อการเดินทางจากกรุงเทพฯ ประหยัดเวลาไม่จำเป็นต้องหยุดยาว

    • ภาคทะเล: เกาะเต่า คือทะเลที่ดีที่สุดในไทย เพราะน้ำนิ่งและมีระดับความลึกที่เหมาะสมกับการสอบทุกระดับ

  3. การดูแลหลังการเรียน (After-Class): เรียนจบแล้วมีที่ซ้อมไหม? มีทริปให้ไปต่อไหม? สิ่งนี้สำคัญกว่าใบเซอร์ฯ ที่อยู่ในกระเป๋าครับ

มาตรฐานครูฝึก: ความต่างที่คุณต้องรู้

มาตรฐานครูฝึก

แม้ว่าทุกสถาบันจะสอนให้คุณดำน้ำได้เหมือนกัน แต่ “มาตรฐานการเป็นครูฝึก” ของแต่ละที่ส่งผลต่อสไตล์การสอนที่คุณจะได้รับด้วย

  • AIDA Instructors: ต้องผ่านการสอบที่เน้นความรู้เชิงลึกด้านสรีรวิทยาและการจัดการความปลอดภัยแบบเข้มงวด รวมถึงทักษะที่ดีเลิศเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะฉะนั้น ครู AIDA มักจะเก่งในการวิเคราะห์ปัญหาเทคนิคเฉพาะบุคคลได้ดีมาก

  • Molchanovs Instructors: ครูต้องมีสมรรถภาพร่างกายสูง (High Performance) และเข้าใจระบบการฝึกแบบนักกีฬาเพื่อถ่ายทอดเทคนิค การดำน้ำที่ดีในการพัฒนาต่อไป

  • SSI Instructors: เน้นมาตรฐานการสอนที่เป็นระบบ (Standardized) ผ่านสื่อการสอนที่ทันสมัยที่สุด ครู SSI จะได้รับการฝึกให้มีทักษะการดูแลลูกค้าและการบริหารจัดการศูนย์ดำน้ำที่เป็นมืออาชีพ

สรุป: สถาบันการันตีมาตรฐานขั้นต่ำ แต่ “ประสบการณ์สอนจริง” และ “เคมีของครู” คือสิ่งที่นักเรียนควรพิจารณาเป็นอันดับหนึ่ง

ครูฝึกฟรีไดฟ์ โรงเรียน Apnea Thailand ได้รับการยอมรับจากสถาบันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการฟรีไดฟ์ AIDA / Molchanov

การเลือกสถานที่เรียน: ทำไม “สระน้ำลึก”

ถึงสำคัญ?

สถานที่เรียนไม่ใช่แค่ที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะ:

  • ความลึกที่เหมาะสม: ควรเป็นสระที่ลึก 3.5 – 5 เมตร เพราะความดันน้ำที่ระดับนี้เพียงพอที่จะทำให้คุณฝึกเทคนิคการเคลียร์หู (Frenzel) ได้จริงก่อนไปทะเล

  • สภาพแวดล้อม: น้ำต้องใสและมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ (ไม่หนาวจนตัวสั่น) รวมถึงไม่มีเสียงรบกวนหรือกิจกรรมอื่นที่ขัดขวัญสมาธิ เพราะฟรีไดฟ์
    คือการอยู่กับตัวเอง

ทำไม "สระน้ำลึก" ถึงสำคัญ

Apnea Thailand: มากกว่าโรงเรียน แต่คือ “Freedive Gym” ของทุกคน

จุดอ่อนของการเรียนฟรีไดฟ์ทั่วไปคือ “เรียนจบแล้วไม่มีที่ซ้อม” แต่ที่ Apnea Thailand เราแก้ไขปัญหานี้ด้วยโมเดล Community Practice

  • Inclusive Community: เราเชื่อว่า “การฟรีไดฟ์เป็นของทุกคน” ไม่ว่าคุณจะถือบัตร AIDA, Molchanovs, SSI หรือสถาบันอื่นๆ คุณสามารถเข้ามาจอยคลาสฝึกซ้อมกับเราได้โดยไม่มีการแบ่งแยก

  • เหมือนการเข้าฟิตเนส: เรามีตารางฝึกซ้อมที่สระน้ำจุฬาภรณ์ หลากหลายเหมือนคลาสในยิม เช่น

    • คลาสฝึก Dynamic Apnea(ดำน้ำแนวราบ)

    • คลาสฝึก Static Apnea (กลั้นหายใจ)

    • คลาสเทคนิคเฉพาะทางหลากหลาย (Frenzel, Nofins, Monofin, Handsfree Workshop est.)

    • Deep pool 5 เมตร ที่สามารถฝึก Equalization และทักษะทางทะเลเบื้องต้น

  • ฝึกซ้อมไปพร้อมกัน: คุณจะได้ฝึกร่วมกับเพื่อนๆ ในคอมมูนิตี้ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมีครูคอยให้คำแนะนำ (Coaching) อย่างสม่ำเสมอ

  • วิเคราะห์และติดตามผล หลังการฝึกมีระบบการเก็บข้อมูลการฝึกซ้อม เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาทักษะของทุกคนโดยเฉพาะ พัฒนากันได้อย่างต่อเนื่อง

Apnea Thailand: มากกว่าโรงเรียน แต่คือ "Freedive Gym" ของทุกคน
  • Community Training
  • Community Training
  • Community Training
  • Community Training
  • Community Training
  • Community Training
  • Community Training
  • Community Training
  • Community Training
  • Community Training
หัวข้อ โรงเรียนทั่วไป Apnea Thailand Community
มาตรฐานสถาบัน เลือกได้เพียงสถาบันเดียว รองรับทุกสถาบัน (Agency Agnostic)
การฝึกซ้อม จบคอร์สแล้วต้องหาที่ซ้อมเอง มีตารางฝึกประจำสัปดาห์ (Gym Model)
สังคมนักดำน้ำ เฉพาะกลุ่มเพื่อนในรุ่น คอมมูนิตี้ใหญ่ที่รวมนักดำน้ำทุกระดับ
ความหลากหลาย สอนตามคู่มือ มี Workshop พิเศษเพิ่มทักษะเฉพาะด้าน

สรุป: เลือกสถาบันที่ชอบ

เหมือน “บ้าน” ที่ใช่

ใบประกาศนียบัตรคือประตูบานแรก แต่การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องคือหัวใจที่จะทำให้คุณเป็นนักดำน้ำที่เก่งและปลอดภัย หากคุณกำลังมองหาที่เรียนที่ดูแลคุณเหมือนคนในครอบครัว และมีที่ให้คุณ “ฟิตร่างกาย” ใต้น้ำได้ตลอดทั้งปี Apnea Thailand คือคำตอบครับ

หากคุณยังลังเล เรายินดีให้คำปรึกษาเพื่อเลือกหลักสูตรที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด ไม่ว่าจะเป็น AIDA หรือ Molchanovs เป้าหมายสูงสุดของเราคือการพาคุณไปสัมผัสโลกใต้น้ำอย่างปลอดภัยและมีความสุข อย่างมีประสิธิภาพ

Share This Post!

About the author : admin

Leave A Comment

อุปกรณ์ฟรีไดวิ่งต้องดูแลรักษาอย่างไรหลังใช้งาน?2026-01-13T14:29:51+07:00

ล้างด้วยน้ำจืดให้สะอาดทุกครั้งและตากในที่ร่ม เลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานานเพื่อป้องกันวัสดุยางและซิลิโคนเสื่อมสภาพเร็ว

วิธีเลือกขนาดฟิน (Fins) ที่ถูกต้องทำอย่างไร?2026-01-13T14:29:03+07:00

ควรใส่แล้วรู้สึกกระชับแต่ไม่บีบจนเกินไป แนะนำให้ลองใส่คู่กับถุงเท้าดำน้ำ (Diving Socks) เพื่อลดการเสียดสีและเพิ่มความสบาย

สายรัดตะกั่ว (Weight Belt) ของฟรีไดวิ่งทำไมต้องเป็นยาง?2026-01-13T14:28:20+07:00

เพราะยางจะรัดแน่นติดกับตัวแม้หน้าท้องเราจะยุบลงเมื่อดำลึก ป้องกันไม่ให้ตะกั่วเลื่อนไปมาซึ่งอาจส่งผลต่อการทรงตัว

จำเป็นต้องใส่ชุด Wetsuit เรียนไหม?2026-01-13T14:27:32+07:00

ในตอนเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใส่เวทสูท แต่จะจำเป็นต่อเมื่อมีอาการหนาวสั่น เพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายและป้องกันรอยขีดข่วน รวมถึงช่วยในการลอยตัว (Buoyancy) ระหว่างทำทักษะการกู้ภัย

ตีนกบแบบพลาสติกกับคาร์บอน (Fins) ต่างกันอย่างไร?2026-01-13T14:25:43+07:00

คาร์บอนจะเบาและให้แรงสปริงกลับที่ดีกว่า ช่วยประหยัดแรงในการว่ายน้ำลึก ส่วนพลาสติกจะมีความทนทานและราคาประหยัดกว่า เหมาะสำหรับมือใหม่
อุปกรณ์เริ่มต้นของการเรียนฟรีไดฟ์ที่ Apnea Thailand เป็นฟินที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีให้นักเรียนได้เริ่มฝึกฟรีไดฟ์ได้ดี

ทำไมต้องใช้หน้ากาก (Mask) สำหรับฟรีไดวิ่งโดยเฉพาะ?2026-01-13T14:22:40+07:00

เพื่อลดปริมาตรอากาศ (Low Volume) ทำให้เราใช้ลมน้อยลงในการเป่าหน้ากากเพื่อปรับความดัน ช่วยให้กลั้นหายใจได้นานขึ้น

อาหารเช้าก่อนดำน้ำควรทานอย่างไร?2026-01-13T14:17:23+07:00

ควรทานอาหารที่ย่อยง่ายและไม่หนักท้อง เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและอาหารรสจัด อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนลงน้ำ

เรียนทะเลที่ไหน?2026-01-13T14:31:08+07:00

APNEA Thailand จะมีออกรอบเรียนทะเลทุกเดือนเดือนละ 1 ครั้ง สามารถติดตามตารางการออกทะเลได้ที่ Line OA : @apneathailand
และยังมีการเรียนที่เกาะเต่าด้วย

เรียนที่สระน้ำไหน?2026-01-13T15:24:24+07:00

สถานที่เรียนสระน้ำของ APNEA Thailand จะเรียนที่สระน้ำจุฬาภรณ์ เกษตร บางเขน ง่ายต่อการเดินทางในหลายเส้นทาง
สระน้ำของเรามีหลายประเภท 25 เมตร 50 เมตร และสระน้ำลึก 5 เมตร เป็นสถานที่พร้อมและสะดวกต่อการเรียนและการฝึกซ้อมฟรีไดฟ์

เรียนภาคสระในกรุงเทพฯ แล้วไปสอบภาคทะเลนานแค่ไหนก็ได้ใช่ไหม?2026-01-13T14:33:03+07:00

แนะนำให้ไปสอบภาคทะเลภายใน 6 เดือน เพื่อให้ทักษะที่เรียนในสระยังสดใหม่และไม่ต้องทวนทฤษฎีใหม่ทั้งหมด การเรียนที่ต่อเนื่องให้จบคอร์สจะช่วยให้ไม่ลืมทักษะที่เรียนมากทั้งหมดได้

Apnea Thailand มีที่พักแนะนำให้ไหมเวลาไปเกาะเต่า?2026-01-13T14:08:30+07:00

เรามีพันธมิตรที่พักในราคานักเรียน ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงบังกะโลริมทะเลใกล้จุดดำน้ำ สามารถสอบถามทีมงานเพื่อจองล่วงหน้าได้

วันเรียนต้องเตรียมอะไรมาบ้าง?2026-01-13T14:33:44+07:00

ชุดว่ายน้ำ, อุปกรณ์อาบน้ำ, ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง, และความพร้อมของร่างกายและใจ หากมีอุปกรณ์ส่วนตัวสามารถนำมาให้ครูช่วยเช็กความเหมาะสมได้
อุปกรณ์ในการเรียนฟรีไดฟ์ทางโรงเรียนจะเตรียมให้นักเรียนทุกคน

การเดินทางไปเกาะเต่า วิธีไหนสะดวกที่สุด?2026-01-13T14:06:03+07:00

มีหลายทางเลือก เช่น รถทัวร์ต่อเรือ (Lomprayah) หรือบินมาลงสมุย/สุราษฎร์ฯ แล้วต่อเรือ ทางโรงเรียนมีคู่มือแนะนำการเดินทางเตรียมไว้ให้คุณ

สระว่ายน้ำที่ใช้เรียนในกรุงเทพฯ เดินทางอย่างไร?2026-01-13T14:34:08+07:00

เราเลือกใช้สระว่ายน้ำจุฬาภรณ์เฉพาะทางในทำเลที่เดินทางสะดวก สระตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัย เชื่อมต่อถนนหลัก 3 สาย (พหลโยธิน-งามวงศ์วาน-วิภาวดี)
ทำให้ไม่ว่าจะมาจากโซนไหนก็ถึงสระได้รวดเร็ว

🚆 เดินทางด้วยรถไฟฟ้า (สะดวกที่สุด)

  • BTS สายสีเขียว: ลงสถานี ม.เกษตรศาสตร์ (ทางออก 1) เดินเข้าประตูพหลโยธิน แล้วต่อ รถตะลัย (สาย 1 หรือ 3) หรือเรียก MuvMi มาส่งหน้าสระได้ทันที

  • SRT สายสีแดง: ลงสถานี บางเขน เดินข้ามฝั่งเข้าประตูวิภาวดีรังสิต แล้วต่อรถตะลัยสาย 5 หรือวินมอเตอร์ไซค์

🚗 เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

  • ทางเข้าหลัก: เข้าได้ทั้งจาก ประตูพหลโยธิน, ประตูงามวงศ์วาน และประตูวิภาวดี

  • ที่จอดรถ: บริเวณรอบสระว่ายน้ำมีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก ปลอดภัยและไม่แออัด

🚌 เดินทางด้วยรถเมล์

  • ฝั่งพหลโยธิน: สาย 26, 34, 39, 59, 114, 503, 522

  • ฝั่งงามวงศ์วาน: สาย 63, 104, 114, 522, 545

  • ฝั่งวิภาวดี: สาย 29, 52, 510, 555

    Google Map

เป็นภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบเรียนได้ไหม?2026-01-13T13:46:17+07:00

ถ้าอยู่ในช่วงที่มีอาการอักเสบหรือคัดจมูกจะเคลียร์หูยากมาก แนะนำให้พักรักษาตัวให้หายดีก่อนมาเรียนเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของเยื่อบุแก้วหู

Wetsuit จำเป็นต้องมีไหม?2026-01-13T14:34:55+07:00

Wetsuit เป็นอีกอย่างที่ใช้ในการฟรีไดฟ์ เวทสูททำหน้าที่ช่วยคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้หนาวเย็นเวลาอยู่ในน้ำที่นาน และยังช่วยป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้อีกด้วย สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ในระหว่างเรียนทางโรงเรียนมีเวทสูตรให้เช่าสำหรับคนที่หนาวง่ายเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเรียน แต่ถ้าออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปการที่ได้ใส่เวทสูตรหรือชุดแขนยาวขายาว ก็สามารถป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้เช่นกัน ในระดับต่อไปจริงจังกับกิจกรรมฟรีไดฟ์มีการออกซ้อมบ่อยๆ ก็ควรมีเวทสูทติดตัวไว้อย่างน้อยหนึ่งตัวก็ดี

การสูบบุหรี่มีผลต่อการดำฟรีไดฟ์อย่างไร?2026-01-13T13:43:04+07:00

มีผลทำให้ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการหายใจไม่อิ่มขณะดำน้ำ แนะนำให้ลดหรือเลี่ยงก่อนวันเรียน

จะรู้ได้อย่างไรว่าเรากลั้นหายใจได้นานแค่ไหน?2026-01-13T13:40:04+07:00

ในหลักสูตรจะมีการฝึก Static Apnea (การกลั้นหายใจในสระ) เพื่อสอนให้คุณรู้จักขีดจำกัดและสัญญาณเตือนของร่างกาย เช่น อาการกระตุกของกะบังลม (Contractions)

ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ เรียนฟรีไดวิ่งได้ไหม?2026-01-13T13:38:38+07:00

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเรียน และต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินสุขภาพ เนื่องจากความดันน้ำมีผลต่อระบบหมุนเวียนเลือดและหัวใจ

ทำไมห้ามทำ Hyperventilation (หายใจถี่เกินไป) ก่อนดำน้ำ?2026-01-13T13:08:54+07:00

เพราะจะทำให้ระดับ CO2 ในเลือดต่ำลงเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวูบหมดสติ (Blackout) ใต้น้ำโดยที่ร่างกายไม่ส่งสัญญาณเตือน

เทคนิคการเคลียร์หูแบบ Frenzel คืออะไร?2026-01-13T14:36:07+07:00

คือการใช้โคนลิ้นดันลมเข้าสู่ท่อยูสเตเชียนเพื่อปรับความดันในหูชั้นกลาง ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่นักฟรีไดวิ่งทุกคนต้องฝึกเพื่อให้ดำลึกได้อย่างปลอดภัย
ในคอร์สเริ่มต้น AIDA 2 เราจะได้เรียนถึงวิธีนี้กัน แต่ไม่ได้กังวลเรายังมีวิธีที่ธรรมชาติกว่าในการฝึกเริ่มต้นที่สามรถให้คุณเคลียร์หูได้เลยในระหว่างเรียน

เรียนยากไหม? จะทำได้หรือเปล่า?2026-01-13T14:36:40+07:00

การเรียรฟรีไดฟ์ ไม่ยากและไม่ง่ายเกินไปที่ทุกคนจะสามารถเรียนรู้และปฏิบัติได้ ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับทักษาะการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลว่าจะไปพัฒนาไปได้เร็วและดีแค่ไหน ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ในคอร์สเรียนได้กำหนดวันเรียนไว้อย่างน้อย 1 วันที่ทำให้คุณเรียนรู้ทักษะของฟรีไดฟ์เบื้อต้นทั้งหมด แต่ถ้ายังไม่สามารถทำได้ดีหรือยังไม่ได้ ก็สามารถเรียนซ้ำได้กับทางโรงเรียนของเรา จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สเรียนใหม่ที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียนมีนโยบาย ให้กับนักเรียนที่เรียนกับทางเราได้รับข้อมูลและการปฏิบัติอย่างครบถ้วน เพราะอย่างนั้นไม่ต้องกังวลไป ทำไม่ได้ก็กลับมาเรียนซ้ำใหม่ได้จนกว่าคุณจะสำเร็จผ่านตามเกณฑ์ของหลักสูตรไปได้

สามารถไปเรียนคนเดียวได้ไหม เรียนแล้วไปดำน้ำคนเดียวได้หรือเปล่า?2026-01-13T14:37:05+07:00

การเรียนฟรีไดฟ์แน่นอนสามารถเรียนคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนมาเรียนด้วยก็ได้ เพราะในคลาสเรียนคุณจะได้พบเจอเพื่อนๆใหม่ที่สนใจกิจกรรมแบบเดียวกับคุณ ทำให้คุณได้มิตรภาพใหม่กลับไปและออกไปดำน้ำด้วยกันได้ การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์มีกฏเหล็กสำหรับการดำน้ำอยู่คือ “Never Dive Alone” ห้ามดำน้ำคนเดียวเด็ดขาด ต้องมีคู่ดำน้ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยทั้งสองคน การออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปก็ควรมีเพื่อนออกไปดำน้ำด้วย ห้ามไปคนเดียวเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถมีใครช่วยเหลือเราได้

ในคอร์ส AIDA 2 ต้องดำน้ำลึกเท่าไหร่ถึงจะผ่านเกณฑ์?2026-01-13T14:38:06+07:00

เกณฑ์ภาคทะเลของ AIDA 2 คือการดำลึก 12-20 เมตร ควบคู่ไปกับการทำทักษะความปลอดภัยและการกู้ภัย (Rescue) ที่ถูกต้อง
นอกจากความลึกเรายังเรียนการกลั้นหายใจ 2 นาที และดำน้ำไกล 40 เมตร ซึ่งคุ้มค่ากับการเริ่มต้นเรียนฟรีไดฟ์ ที่มีทักษะติดตัวที่ดี

เรียนหลักสูตร AIDA แล้วสามารถต่อยอดไป Molchanovs ได้ไหม?2026-01-13T14:38:43+07:00

สามารถทำได้ผ่านระบบ Crossover โดยครูผู้สอนจะทำการประเมินทักษะตามเกณฑ์ของสถาบันปลายทางเพื่อให้คุณเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ทันที
เป็นข้อได้เปรียบของ AIDA ที่มีทักษะและคุณภาพที่สูงกว่า ทำให้สามารถไปเรียนต่อในหลักสูตรอื่นได้ง่ายขึ้น

ถ้าสอบภาคทะเลไม่ผ่านในครั้งแรก ต้องทำอย่างไร?2026-01-13T14:39:44+07:00

สามารถกลับมาสอบซ่อม (Retake) ได้ครับ ที่ Apnea Thailand เรามีช่วงเวลาซ้อมภาคทะเลให้นักเรียนได้กลับมาพัฒนาทักษะจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ความลึกที่กำหนด
และมีสระน้ำในกรุงเทพฯ ให้เข้ามาฝึกซ้อมหรือ Refresh skill ได้ตลอดทุกสัปดาห์

ใบเซอร์ฟรีไดวิ่ง AIDA มีวันหมดอายุไหม?2026-01-13T12:48:30+07:00

ไม่มีวันหมดอายุครับ เมื่อได้รับแล้วคุณสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันระดับทักษะเพื่อไปดำน้ำหรือลงทริปได้ทั่วโลกตลอดไป

ต้องใช้เวลากี่วันในการเรียนจนได้รับใบประกาศนียบัตร?2026-01-13T14:40:33+07:00

โดยปกติใช้เวลา 2-3 วัน แบ่งเป็นภาคทฤษฎีและสระว่ายน้ำ 1 วัน และภาคทะเล 1-2 วัน ในเนื้อหาเรียน และขึ้นอยู่กับความพร้อมและทักษะของผู้เรียนแต่ละคน
หลังเรียนเสร็จแล้ว ทักษะไหนยังไม่ดีหรือทำไม่ได้ในระหว่างเรียน สามารถกลับเข้ามาฝึกซ้อมกับทางโรงเรียนต่อได้ นี้คือข้อดีของโรงเรียนเรา ที่มี Community การฝึกซ้อมฟรีไดฟ์ในกรุงเทพฯ

AIDA 1 กับ AIDA 2 ต่างกันอย่างไร และควรเลือกอันไหน?2026-01-13T14:41:12+07:00

AIDA 1 คือคอร์สทดลอง 1 วัน ส่วน AIDA 2 คือคอร์สเต็มรูปแบบ หากคุณต้องการดำน้ำจริงจังแนะนำ AIDA 2 เพราะครอบคลุมทั้งทฤษฎี สระ และทะเล พร้อมได้รับใบเซอร์ฯ สากล แนะนำเพิ่มเติมถ้าคุณไม่มั่นใจในการว่ายน้ำของตัวเองหรือลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ แนะนำเรียน AIDA 1 ก่อน แต่ถ้าคุณว่ายน้ำไม่ได้หรือทักษะว่ายน้ำยังไม่ดี และไม่กลัวน้ำ คุณก็สามารถเลือกเรียน AIDA 2 ได้เลย

เรียนจบแล้วได้ใบรับรองหลักสูตรหรือไม่?2026-01-13T14:41:47+07:00

ทางโรงเรียนมีครูฝึกที่ได้รับรองจากองค์กรฟรีไดฟ์ AIDA ในระดับสากลที่มีมาตรฐานสูงสุด และ Molchanovs นักเรียนทุกคนที่ผ่านหลักสูตรเรียบร้อยแล้วจะได้รับไปรับรองจากหลักสูตรฟรีไดฟ์ที่คุณได้รับเรียน เว้นแต่คุณจะไม่ผ่านเกณฑ์และครบเวลาที่หลักสูตรกำหนด

อยากเรียนฟรีไดฟ์ ต้องเริ่มต้นยัง?2026-01-13T14:42:14+07:00

การเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ในขั้นแรก จะสามารถเริ่มเรียนได้ 2 คอร์ส Basic Freedive หรือ Freediver ในระดับแต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการทำกิจกรรมหรือสภาพของร่างกาย ความแตกต่าง หลังผ่านหลักสูตรแล้วก็เรียนในระดับต่อไปได้ Advande Freediver และ Master Freediver ในระดับถัดไปสำหรับคนที่อยากทำเป็นอาชีพหรือเพิ่มทักษะความรู้มากขึ้น เรียนระดับ Freedive Instructor ได้

ฟรีไดฟ์มีแบ่งประเภทด้วยหรือ?2026-01-13T12:36:36+07:00

ฟรีไดฟ์ได้มีการแบ่งประเภทออกเป็นทั้งหมด 8 ประเภท ตามลักษณะการกลั้นหายใจ 

Static Apnea – กลั้นหายใจอยู่กับที่ หนึ่งลมหายใจกลั้นให้ได้นานที่สุด

Dynamic Apnea with fins – ดำนำในแนวระนาบ หนึ่งลมหายใจไปให้ได้ไกลที่สุด โดยใช้ฟิน

Dynamic Apnea nofin – ดำนำในแนวระนาบ หนึ่งลมหายใจไปให้ได้ไกลที่สุด โดยไม่ใช้ฟิน

Free Immersion – การดึงเชือกลงไปในความลึกและดึงเชือกกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ

Constant Weight with fins – ดำน้ำดิ่งลงไปและว่ายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ สามารถจับเชือกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนกลับตัว โดยใช้ฟิน

Constant Weight nofin – ดำน้ำดิ่งลงไปและว่ายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ สามารถจับเชือกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนกลับตัว โดยไม่ใช่ฟิน

Varible Weight – ใช้อุปกรณ์น้ำหนักพาลงไปในความลึก กลับขึ้นมาโดยการว่ายหรือดึงเชือก

No Limits – ใช้อุปกรณ์น้ำหนักลงไปในความลึก และกลับขึ้นมาด้วยอุปกรณ์

ในคอร์สเรียนนักเรียนทุกคนจะได้เรียนในทุกประเภท ในแต่ระดับของฟรีไดฟ์ที่เข้าร่วมหลักสูตร

ประโยชน์ของการเรียนฟรีไดวิ่งคืออะไร?2026-01-13T12:34:21+07:00

ช่วยให้คุณมีสมาธิที่ดีขึ้น ควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้น และได้สัมผัสโลกใต้น้ำในมุมมองที่อิสระและเป็นธรรมชาติมากกว่าการดำน้ำประเภทอื่น

ฟรีไดวิ่งต่างจากสน็อกเกิล (Snorkeling) อย่างไร?2026-01-13T14:42:40+07:00

ต่างกันที่ระดับความลึกและเทคนิค สน็อกเกิลคือการลอยตัวดูปะการังจากผิวน้ำ แต่ฟรีไดวิ่งมีการใช้เทคนิคการเคลียร์หู (Equalization) เพื่อดำลงสู่ความลึกอย่างเป็นระบบ และสังเกตุอาการต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการดำน้ำลึกเป็นเวลานาน

การดำน้ำฟรีไดฟ์อันตรายไหม?2026-01-13T14:43:03+07:00

มีความปลอดภัยสูงมากหากเรียนและปฏิบัติอย่างถูกต้อง ภายใต้กฎความปลอดภัยสากล เช่น การไม่ดำน้ำคนเดียว (Never Dive Alone) และการมี Buddy ที่ผ่านการอบรมคอยดูแลเสมอ เราสามารถหลีกเลี่ยงความอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในคอร์สเรียนของเราจะมีการสอนให้เข้าใจถึงความเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน การเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกวิธีและทำให้เข้าใจฟรีไดฟ์ได้อย่างลึกซึ้ง คุณก็จะสามารถดำน้ำได้ด้วยความปลอดภัย

ว่ายน้ำไม่เป็นเรียนฟรีไดฟ์ได้หรือไม่?2026-01-13T14:43:59+07:00

ควรว่ายน้ำได้เบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย โดยมาตรฐานคอร์ส AIDA 2 จะต้องสามารถว่ายน้ำเบื้องต้นหรือลอยตัวได้ เพื่อยืนยันว่าคุณสามารถดูแลตัวเองในน้ำลึกได้
แต่ถ้าคุณไม่สามารถว่ายน้ำได้เลย ลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ เราแนะนำให้เริ่มต้นเรียนที่ AIDA 1 ก่อน เพื่อปรับพื้นฐาน ไม่ต้องกังวลใน Community ของโรงเรียนเราจะคอยสอนการว่ายน้ำเพิ่มเติมด้วยอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยโดยสมบูรณ์

ฟรีไดฟ์ (Freediving) คืออะไร?2026-01-13T14:44:41+07:00

ฟรีไดวิ่งคือการดำน้ำโดยใช้ลมหายใจเดียว (Breath-hold) โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยหายใจใต้ตัว เน้นความสงบ การฝึกสมาธิ และการเข้าใจกลไกของร่างกายภายใต้ความดันน้ำ การเล่นกิจกรรมชนิดนี้มีความเสี่ยงอาจที่เกิดอันตรายกับร่างกายและชีวิตของเราได้ ควรที่จะเริ่มต้นเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกต้องและมีใบรับรอง ฟรีไดฟ์ยังมีการแข่งขันเพื่อทำสถิตในการดำน้ำอีกด้วย

อุปกรณ์เริ่มต้นฟรีไดฟ์มีอะไรบ้าง ต้องมีไปก่อนเรียนหรือเปล่า?2026-01-13T14:45:05+07:00

เริ่มต้นในคอร์สเรียนทางโรงเรียนได้จัดอุปกรณ์ทั้งหมดในการเรียนฟรีไดฟ์ไว้หมดแล้ว นักเรียนสามารถใช้และได้ลองอุปกรณ์ต่างๆได้โดยที่ยังไม่ต้องซื้อมาก่อนเริ่มเรียน ถ้ารู้สึกชอบและอย่างจริงจังกับกิจกรรมนี้ก็สามารถซื้ออุปกรณ์เป็นของตัวเองได้เช่นการ ทางโรงเรียนก็มีร้านพันธมิตรซึ่งมีส่วนลดในการซื้อสินค้าฟรีไดฟ์ให้กับนักเรียนทุกคน และทางครูกับสตาฟภายในโรงเรียนพร้อมให้คำปรึกษากับการเลือกซื้ออุปกรณ์ให้ถูกวัตถุประสงค์ในการใช้งานกับราคาที่คุ้มค่าที่จะต้องจ่าย เพื่อใหม่ได้สินค้าในราคาที่ไม่แพงเกินไป

ทำอย่างไรถึงกลั้นหายใจได้นานๆ?2026-01-13T14:45:27+07:00

การกลั้นหายใจได้นาน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นการหายใจให้ถูกวิธีในแบบของฟรีไดฟ์ ทักษาะการผ่อนคลาย การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่เริ่มกลั้นหายใจ และการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีเพื่อพัฒนาศักยภาพร่างกายให้ดีขึ้นไป ทั้งหมดนี้มีอยู่ในคอร์สเรียนของเราซึ่งคนที่ได้เข้าคอร์สเรียนจะได้รับการอบรมในเนื้อหาส่วนนี้

มีโรคประจำตัวเรียนได้ไหม หรือไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำเล่นกีฬาฟรีไดฟ์ได้หรือไม่?2026-01-13T14:46:40+07:00

ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวบางอย่างก็จะสามารถเรียนได้เช่นกัน โรคประจำตัวที่ไม่สามารถเรียนได้ คือ โรคความดั่นโลหิตต่ำ โรคหัวใจ โรคลมชัก โรคเกี่ยวกับปอด โรคภาวะติดเชื้อรุนแรง โรคประสาทขั้นรุนเรง เป็นต้น ส่วนบุคคลที่ร่างกายไม่แข็งแรงมากก็สามารถเรียนได้ฟรีไดฟ์จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นได้ แต่การเล่นกีฬาก็ควรหมั่นทำให้ร่างกายแข็งแรงและปลอดโรคจะดีที่สุด ควรได้รับการรับรองจากแพทย์ก่อนเริ่มเรียนฟรีได์

อายุเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ได้?2026-01-13T14:47:10+07:00

ภายใต้ข้อกำหนดหลักสูตรของโรงเรียน ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป หรือ อายุ 12-16 ปีสำหรับหลักสูตรเด็ก (Junior) โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ในหลักสูตของเราได้ อายุมากที่สุดไม่มีกำหนด ถ้าคุณคิดว่าคุณอายุเยอะแล้วแข็งแรงอยากเปิดประสบกาณ์ใหม่ให้ชีวิตคุณก็สามารถเข้าร่วมคอร์สฟรีไดฟ์ได้

Contact

Go to Top