
เตรียมการับมือกับ ไวรัส COVID-19
คงถึงช่วงเวลาที่เราต้องทำการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ในปัจจุบันกันแล้ว
แน่นอนว่ามันส่งผลกระทบกับหลายวงการกีฬา ทั้งเรื่องของการเรียนการสอน การฝึกซ้อม และการใช้ชีวิตร่วมกัน ออกไปทำกิจกรรมร่วมกัน สำหรับฟรีไดฟ์แล้วยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะผลกระทบหลักของไวรัสนี้ส่งผลกับปอดของเราโดยตรง ซึ่งการดำน้ำในแบบฟรีไดฟ์ เราต้องใช้ปอดของเราให้การกลั้นหายใจเป็นหลัก ถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมาแล้ว จะส่งผลกระทบกับการดำน้ำของเราแน่นอน ไม่มากก็น้อย
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ Covid-19 ยังคงมีการวิจัยกันอยู่ หากปอดได้รับเชื้อในระยะยาวจะเกิดอะไรขึ้นกับปอดหรือระบบการหายใจของเราขนาดไหน ก็ต้องดูการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของเรากันต่อไป ว่าจะสามารถพัฒนาให้ต่อต้านและฟื้นฟูกลับมาได้เหมือนเดิมรึป่าว สำหรับคนที่ฟรีไดฟ์แล้วรับการติดเชื้อ Covid-19 คงได้รับผลกระทบต่อระบบสุขภาพในระยะยาวด้วย รวมถึงภาวะขาดออกซิเจน ความเสียหายต่อปอดและหัวใจ ซึ่งจะทำให้เกิดพังผืดเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของปอดของเรา (รอยแผล) ทำให้เสี่ยงต่อการเกิด Barotrauma ได้ง่ายขึ้น ระบบไตและระบบประสาทส่วนกลางและการแข็งตัวของเลือดในปอด ซึ่งอาจจะนำไปสู่อาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และเพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บจากแรงดันน้ำขณะที่เราดำน้ำกลั้นหายใจอยู่ด้วย หลักจากนี้ผู้ติดเชื้อ Covid-19 จะได้รับผลกระทบจากการฟื้นตัว คนที่ดำฟรีไดฟ์อยู่แล้ว

ก็ต้องระมัดระวังในการดำน้ำมากขึ้น และสำหรับผู้ที่เริ่มเรียนฟรีไดฟ์หลังกจากที่ฟื้นตัวแล้ว ก็ควรที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ที่เหมาะสมก่อนที่จะเริ่มมาเรียน ในอนาคตคงมีแบบฟอร์มตรวจสอบสุขภาพ Covid-19 พร้อมกับแบบฟอร์มประวัติทางการแพทย์ควบคู่กัน ก่อนเริ่มเรียนดำน้ำฟรีไดฟ์ด้วย ก็จะทำให้คนเรียนใหม่ปลอดภัยกันได้มากขึ้น ตามมารตฐานการดำน้ำของสากล
ฟรีไดฟ์ทุกคนคงต้องระวังตัวกันมากขึ้นและต้องพิจารณาผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้น Covid-19 อาจจะทำให้เราไม่สามารถดำน้ำได้ดีเหมือนเดิมหรืออาจจะไม่สามารถดำน้ำได้อีกเลย
Covid-19 เป็นไวรัสที่แพร่กระจายผ่านละอองจากการหายใจของเรา เมื่อมีการพูดคุยหรือไอหรือจามต่อหน้ากัน ความเสี่ยงของการเล่นกีฬาแบบฟรีไดฟ์แน่นอนเรามีการหายใจ เพื่อใช้ในการเตรียมตัวก่อนกลั้นหายใจ มันเป็นพื้นฐานของการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ และเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะทำให้เราหายใจน้อยลงหรือใช้เวลาการหายใจให้น้อยลงไปกว่าเดิม ความเสี่ยงใหม่นี้สำหรับฟรีไดฟ์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับตรงนี้มาก เราดำน้ำกันเป็นคู่ แน่นอนต้องมีการพูดคุยกันซึ่งหน้า และหายใจอยู่ใกล้กันตลอดเวลา หรือแม้กระทั้งการพ่นน้ำออกจากท่อ เพื่อเคลียร์น้ำออกแล้ว อาจมีการกระเด็นใส่หน้าหรือบริเวณที่นักดำน้ำอีกคนอยู่ ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อกันได้ง่ายมากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น เราต้องเปิดเผยความเสี่ยงในการติดเชื้อ Covid-19 กันอย่างจริงจัง ต่อเพื่อนดำน้ำ และทางโรงเรียนสอนดำน้ำฟรีไดฟ์ก่อนที่ได้รับการเรียนการสอน เนื่องจากครูผู้สอนต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของนักเรียนที่เข้ามาใหม่และนักเรียนที่เข้ามาฝึกซ้อมทุกคน ซึ่งมีการใกล้ชิดกันตลอดในการเรียนหรือฝึกซ้อมหรือการช่วยเหลือนักเรียนด้วยกันก็ตาม ในเรื่องนี้อยากให้ทุกคนจริงจังต่อการเปิดเผย เพื่อให้วงการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ไม่อยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมากขึ้นไปกว่าเดิม
แนวทางในการดำน้ำฟรีไดฟ์กับ Covid-19
เริ่มจากอุปกรณ์ในการดำน้ำฟรีไดฟ์ โดยปกติเรามีแบ่งปันกันใช้อุปกรณ์กันอยู่แล้ว หลักจากนี้อุปกรณ์ที่อยู่บริเวณใบหน้าทั้งหมด หน้ากาก ท่อหายใจ โน้ตคลิป ฯลฯ มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้ออย่างมาก ไม่ควรที่จะแบ่งปันกันใช้หรือให้คนอื่นหยิบจับอุปกรณ์ของเรา ต้องมีการพกอุปกรณ์สำรองติดตัวทุกครั้ง ในกรณีที่อันเก่าเสียหาย หรือหาย หลังจากการใช้งานควรทำการล้างและฆ่าเชื้อให้สะอาดทุกครั้งด้วย

สระว่ายน้ำในร่มหรือกลางแจ้ง มีการฆ่าเชื้อด้วยคลอลีนอยู่แล้ว ในน้ำอาจจะปลอดจากเชื้อ แต่ก็ต้องระวังในเรื่องของสถานที่ที่ไม่มีการถ่ายเทอากาศได้อีก เช่น สระน้ำ In door เพราะฉะนั้นสระน้ำกลางแจ้งหรือบริเวณสระน้ำมีพื้นที่กว้างก็จะมีความเสี่ยงต่ำกว่า และการหายใจก่อนการกลั้นหายใจ (Relaxation breathing) การหายใจหลังจากกลั้นหายใจ (Recovery breathing) ต้องคำนึงถึงทิศทางในการหายใจเพื่อไม่ให้โดนกับคู่ดำน้ำของเราด้วย เช่น หันหน้าขึ้นบนขอบสระ หรือทิศทางของท่อหายใจหันออกจากฝั่งที่บัดดี้ยืนอยู่
บัดดี้หรือคู่ดำน้ำของเราต้องมีความใกล้ชิดกัน เพื่อดูแลความปลอดภัยซึ่งกันและกันอยู่แล้ว อาจจะต้องมีการเว้นระยะห่างกันมาขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ในจุดที่สามารถช่วยเหลือได้ทันเวลาหากเกิด LMC หรือ Black out จากปกติที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกัน ต้องถ่อยออกมาห่างกันอย่างน้อย 1 – 2 เมตร ก็เป็นระยะที่พอจะทำการช่วยเหลือได้ทันที
การบัดดี้ Static อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ เรื่องการหายใจบัดดี้ก็ต้องระวังเรื่องการโดนหายใจใส่หน้า หรือตอนเป่าท่อไม่ให้น้ำโดนหน้า ซึ่งในระหว่างการหายใจทั้งก่อนและหลัง ควรเว้นระยะห่างกัน แต่ขณะที่ เพื่อนเรากลั้นหายใจก็คงต้องเข้ามาใกล้เพื่อประคองตัวไม่ให้ห่างออกจากขอบสระได้ และคอยเช็คอาการผิดปกติได้เหมือนเดิม แต่ก็ต้องระวัง การหายใจตอนขึ้นมาไม่ให้ใกล้กันจนเกินไปเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
การบัดดี้ Dynamic ปกติบัดดี้จะออกมาเริ่มห่างจากตัวคนดำน้ำอยู่แล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรในช่วงแรก แต่หลังจากที่เพื่อนกลับขึ้นมาโดยขึ้นมาระหว่างทาง ไม่มีขอบสระให้เกาะ บัดดี้ก็ควรพก แผ่นโฟมหรือทุ่นลอยน้ำไปให้ได้พักทำการหายใจได้ อย่างลืมว่าการ Recovery breathing เป็นการหายใจที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ละอองฟุ้งได้วงกว้างกว่า ถ้าตรงขอบสระก็ควรเว้นระยะห่างเพื่อเตรียมทำการช่วยเหลือ
การฝึกซ้อมช่วยเหลือ (Rescue) ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตการช่วยเหลือในคราสเรียนหรือฝึกซ้อมกันเองก็ตาม ดูเหมือนว่าจะมีความเสี่ยงอย่างมากในการติดเชื้อ Covid-19 ได้ง่าย เพื่อป้องกันเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ คงจะต้องใส่หน้ากากโดยที่ไม่มีการถอดออก เพื่อสาธิตในวิธีการช่วยเหลือหรือฝึกซ้อมกัน อย่างไรก็ตามก็คงไม่สามารถป้องกันการแพร่เชื้อผ่านปากไปได้ ก็คงช่วยลดความเสี่ยงไม่ได้อย่างเต็มที่ อาจจะต้องหาหุ่นเพื่อมาทำการสาธิตหรือฝึกซ้อมกันต่อไปน่าจะเป็นทางออกได้ดีที่สุด
การปฏิบัติทางทะเล (Openwater) จำนวนคนในทุ่นและผู้สอนฟรีไดฟ์ถูกจำกันจำนวนอยู่แล้ว ซึ่งก็ช่วยลดอัตราการแพร่เชื้อได้ แต่ระหว่างทางที่เดินทางมาด้วยกัน ก็ต้องมีเว้นระยะห่างกัน หยิบจับอะไรก็ต้องใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาด เพื่อป้องกันในกลุ่มดำน้ำที่เดินเรือออกไป เวลาทำกิจกรรมในทุ่น เรื่องการหายใจก่อนและหลังดำน้ำ ต้องคำนึงถึงทิศทางลมให้ดี ให้หายใจไปในทิศทางของลมพัดเพื่อป้องกันเชื้อแพร่กระจายสู่เพื่อนในทุ่นหรือครูผู้สอนในทุ่นได้ ระยะห่างแต่ละทุ่นควรเพิ่มระยะให้ไกลกันมากขึ้น อย่างน้อย 10 เมตร ตัวทุ่นเองก็เป็นอุปกรณ์ที่รับความเสี่ยงได้เยอะที่สุดเพราะการหายใจเข้าออกของแต่ละคน อาจจะทำให้เชื้อติดอยู่ที่ทุ่นจำนวนมาก หลักจากกลับขึ้นมา ก็ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ก่อนที่จะเอามือสัมผัสบริเวณหน้าหรือจมูกก็จะดีกว่า

Deep buddy จากปกติเราจะดูแลความปลอดภัยให้นักดำน้ำที่กลับขึ้นมาอย่างใกล้ชิด จากด้านข้างหรือบริเวณด้านหน้า เพื่อลดความเสี่ยง คงต้องออกจากบริเวณนั้นมาอยู่ด้านหลังแทน เพื่อหลบการหายใจซึ่งค่อนข้างรุนแรง แต่ก็ยังเป็นระยะห่างที่ดีที่สามารถทำการช่วยเหลือได้อย่างทันที
ที่สำคัญที่สุดในการใช้สน็อคเกิล ไม่ว่าจะในสระหรือในทะเล มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นตัวแพร่กระจายได้วงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น นักดำน้ำมืออาชีพหรือที่มีประสบการณ์มาบ้างแล้ว บางทีระหว่างที่คว่ำหน้าหายใจผ่านท่อกันอยู่ อาจจะไม่ได้คิดถึงเรื่องทิศทางลมหรือตำแหน่งของเพื่อนที่ดำน้ำอยู่ด้วย ก็ต้องช่วยกันระวัง ไม่ควรจะอยู่ในระดับเดียวกันเวลาลอยตัวหายใจอยู่บนผิวน้ำ เพื่อหลีกทิศทางการหายใจของเพื่อนด้วย ไม่ใช่แค่การหายใจอย่างเดียว เวลาเราเคลียร์ท่อ มีการเป่ากระแทกออกมาแรงๆ อาจมีน้ำลายปนเปื้อนออกมาด้วย ซึ่งทำให้เชื้อกระจายได้เป็นวงกว้างและทำให้สามารถติดตัวไปกับคนที่โดนน้ำกระเด็นใส่ด้วย แน่นอนอาจมีการสัมผัสต่อได้ในภายหลัง ทางเลือกอื่นๆ ที่คนใช้สน็อคเกิล นอกจากดูเพื่อนรอบๆ เวลาจะเคลียร์ท่อ คงต้องเอามือมาบังปากท่อเพื่อลดการกระจายของน้ำไม่ออกไปไกลโดนคนอื่น หรือจับท่อคว่ำลงบนผิวน้ำก่อนเคลียร์ก็จะช่วยป้องกันได้อย่างดี
ทั้งหมดเป็นความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับนักดำน้ำฟรีไดฟ์ทุกคน เราไม่รู้ว่าเชื้อจะเดินทางสู่เราตอนไหน แต่เพื่อให้ทุกคนสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้วงการดำน้ำฟรีไดฟ์ปลอดภัยจากการติดเชื้อ Covid-19 ได้อย่างแน่นอน และไวรัสตัวนี้เป็นอันตรายต่อการดำน้ำของเราในระยะยาวด้วย ในเมื่อเราต้องอยู่กับไวรัสนี้ไปอีกสักพักใหญ่ อยากให้ทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือแพร่เชื้อ Covid-19 ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ตอนนี้สมาคม AIDA International มีการถกเถียงและพูดคุยถึงแนวทางการปฏิบัติเพื่อรับมือกับการลดความเสี่ยงที่ทำให้เชื้อแพร่จายสำหรับวงการดำน้ำฟรีไดฟ์ และต่อไปคงถูกกำหนดให้เป็น safety standard สำหรับการฟรีไดฟ์ในสากลกันต่อไป
แหล่งข้อมูลอ้างอิงเนื้อหาจาก :
https://www.aidainternational.org/PostDetails/102
https://www.aidainternational.org/PostDetails/101
Share This Post!
About the author : admin
- All
- 1: General & Beginner (ข้อมูลพื้นฐานสำหรับมือใหม่)
- 2: Courses & Certification (หลักสูตรและการรับรอง)
- 3: Logistics & Preparation (การเตรียมตัวและสถานที่เรียน)
- 4: Technical & Health เทคนิคและการดูแลสุขภาพ
- 5: Equipment (อุปกรณ์ฟรีไดวิ่ง)
ล้างด้วยน้ำจืดให้สะอาดทุกครั้งและตากในที่ร่ม เลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานานเพื่อป้องกันวัสดุยางและซิลิโคนเสื่อมสภาพเร็ว
ควรใส่แล้วรู้สึกกระชับแต่ไม่บีบจนเกินไป แนะนำให้ลองใส่คู่กับถุงเท้าดำน้ำ (Diving Socks) เพื่อลดการเสียดสีและเพิ่มความสบาย
เพราะยางจะรัดแน่นติดกับตัวแม้หน้าท้องเราจะยุบลงเมื่อดำลึก ป้องกันไม่ให้ตะกั่วเลื่อนไปมาซึ่งอาจส่งผลต่อการทรงตัว
ในตอนเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใส่เวทสูท แต่จะจำเป็นต่อเมื่อมีอาการหนาวสั่น เพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายและป้องกันรอยขีดข่วน รวมถึงช่วยในการลอยตัว (Buoyancy) ระหว่างทำทักษะการกู้ภัย
คาร์บอนจะเบาและให้แรงสปริงกลับที่ดีกว่า ช่วยประหยัดแรงในการว่ายน้ำลึก ส่วนพลาสติกจะมีความทนทานและราคาประหยัดกว่า เหมาะสำหรับมือใหม่
อุปกรณ์เริ่มต้นของการเรียนฟรีไดฟ์ที่ Apnea Thailand เป็นฟินที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีให้นักเรียนได้เริ่มฝึกฟรีไดฟ์ได้ดี
เพื่อลดปริมาตรอากาศ (Low Volume) ทำให้เราใช้ลมน้อยลงในการเป่าหน้ากากเพื่อปรับความดัน ช่วยให้กลั้นหายใจได้นานขึ้น
ควรทานอาหารที่ย่อยง่ายและไม่หนักท้อง เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและอาหารรสจัด อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนลงน้ำ
APNEA Thailand จะมีออกรอบเรียนทะเลทุกเดือนเดือนละ 1 ครั้ง สามารถติดตามตารางการออกทะเลได้ที่ Line OA : @apneathailand
และยังมีการเรียนที่เกาะเต่าด้วย
สถานที่เรียนสระน้ำของ APNEA Thailand จะเรียนที่สระน้ำจุฬาภรณ์ เกษตร บางเขน ง่ายต่อการเดินทางในหลายเส้นทาง
สระน้ำของเรามีหลายประเภท 25 เมตร 50 เมตร และสระน้ำลึก 5 เมตร เป็นสถานที่พร้อมและสะดวกต่อการเรียนและการฝึกซ้อมฟรีไดฟ์

แนะนำให้ไปสอบภาคทะเลภายใน 6 เดือน เพื่อให้ทักษะที่เรียนในสระยังสดใหม่และไม่ต้องทวนทฤษฎีใหม่ทั้งหมด การเรียนที่ต่อเนื่องให้จบคอร์สจะช่วยให้ไม่ลืมทักษะที่เรียนมากทั้งหมดได้
เรามีพันธมิตรที่พักในราคานักเรียน ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงบังกะโลริมทะเลใกล้จุดดำน้ำ สามารถสอบถามทีมงานเพื่อจองล่วงหน้าได้
ชุดว่ายน้ำ, อุปกรณ์อาบน้ำ, ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง, และความพร้อมของร่างกายและใจ หากมีอุปกรณ์ส่วนตัวสามารถนำมาให้ครูช่วยเช็กความเหมาะสมได้
อุปกรณ์ในการเรียนฟรีไดฟ์ทางโรงเรียนจะเตรียมให้นักเรียนทุกคน
มีหลายทางเลือก เช่น รถทัวร์ต่อเรือ (Lomprayah) หรือบินมาลงสมุย/สุราษฎร์ฯ แล้วต่อเรือ ทางโรงเรียนมีคู่มือแนะนำการเดินทางเตรียมไว้ให้คุณ
เราเลือกใช้สระว่ายน้ำจุฬาภรณ์เฉพาะทางในทำเลที่เดินทางสะดวก สระตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัย เชื่อมต่อถนนหลัก 3 สาย (พหลโยธิน-งามวงศ์วาน-วิภาวดี)
ทำให้ไม่ว่าจะมาจากโซนไหนก็ถึงสระได้รวดเร็ว
🚆 เดินทางด้วยรถไฟฟ้า (สะดวกที่สุด)
-
BTS สายสีเขียว: ลงสถานี ม.เกษตรศาสตร์ (ทางออก 1) เดินเข้าประตูพหลโยธิน แล้วต่อ รถตะลัย (สาย 1 หรือ 3) หรือเรียก MuvMi มาส่งหน้าสระได้ทันที
-
SRT สายสีแดง: ลงสถานี บางเขน เดินข้ามฝั่งเข้าประตูวิภาวดีรังสิต แล้วต่อรถตะลัยสาย 5 หรือวินมอเตอร์ไซค์
🚗 เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
-
ทางเข้าหลัก: เข้าได้ทั้งจาก ประตูพหลโยธิน, ประตูงามวงศ์วาน และประตูวิภาวดี
-
ที่จอดรถ: บริเวณรอบสระว่ายน้ำมีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก ปลอดภัยและไม่แออัด
🚌 เดินทางด้วยรถเมล์
-
ฝั่งพหลโยธิน: สาย 26, 34, 39, 59, 114, 503, 522
-
ฝั่งงามวงศ์วาน: สาย 63, 104, 114, 522, 545
-
ฝั่งวิภาวดี: สาย 29, 52, 510, 555
ถ้าอยู่ในช่วงที่มีอาการอักเสบหรือคัดจมูกจะเคลียร์หูยากมาก แนะนำให้พักรักษาตัวให้หายดีก่อนมาเรียนเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของเยื่อบุแก้วหู
Wetsuit เป็นอีกอย่างที่ใช้ในการฟรีไดฟ์ เวทสูททำหน้าที่ช่วยคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้หนาวเย็นเวลาอยู่ในน้ำที่นาน และยังช่วยป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้อีกด้วย สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ในระหว่างเรียนทางโรงเรียนมีเวทสูตรให้เช่าสำหรับคนที่หนาวง่ายเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเรียน แต่ถ้าออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปการที่ได้ใส่เวทสูตรหรือชุดแขนยาวขายาว ก็สามารถป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้เช่นกัน ในระดับต่อไปจริงจังกับกิจกรรมฟรีไดฟ์มีการออกซ้อมบ่อยๆ ก็ควรมีเวทสูทติดตัวไว้อย่างน้อยหนึ่งตัวก็ดี
มีผลทำให้ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการหายใจไม่อิ่มขณะดำน้ำ แนะนำให้ลดหรือเลี่ยงก่อนวันเรียน
ในหลักสูตรจะมีการฝึก Static Apnea (การกลั้นหายใจในสระ) เพื่อสอนให้คุณรู้จักขีดจำกัดและสัญญาณเตือนของร่างกาย เช่น อาการกระตุกของกะบังลม (Contractions)
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเรียน และต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินสุขภาพ เนื่องจากความดันน้ำมีผลต่อระบบหมุนเวียนเลือดและหัวใจ
เพราะจะทำให้ระดับ CO2 ในเลือดต่ำลงเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวูบหมดสติ (Blackout) ใต้น้ำโดยที่ร่างกายไม่ส่งสัญญาณเตือน
คือการใช้โคนลิ้นดันลมเข้าสู่ท่อยูสเตเชียนเพื่อปรับความดันในหูชั้นกลาง ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่นักฟรีไดวิ่งทุกคนต้องฝึกเพื่อให้ดำลึกได้อย่างปลอดภัย
ในคอร์สเริ่มต้น AIDA 2 เราจะได้เรียนถึงวิธีนี้กัน แต่ไม่ได้กังวลเรายังมีวิธีที่ธรรมชาติกว่าในการฝึกเริ่มต้นที่สามรถให้คุณเคลียร์หูได้เลยในระหว่างเรียน
การเรียรฟรีไดฟ์ ไม่ยากและไม่ง่ายเกินไปที่ทุกคนจะสามารถเรียนรู้และปฏิบัติได้ ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับทักษาะการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลว่าจะไปพัฒนาไปได้เร็วและดีแค่ไหน ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ในคอร์สเรียนได้กำหนดวันเรียนไว้อย่างน้อย 1 วันที่ทำให้คุณเรียนรู้ทักษะของฟรีไดฟ์เบื้อต้นทั้งหมด แต่ถ้ายังไม่สามารถทำได้ดีหรือยังไม่ได้ ก็สามารถเรียนซ้ำได้กับทางโรงเรียนของเรา จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สเรียนใหม่ที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียนมีนโยบาย ให้กับนักเรียนที่เรียนกับทางเราได้รับข้อมูลและการปฏิบัติอย่างครบถ้วน เพราะอย่างนั้นไม่ต้องกังวลไป ทำไม่ได้ก็กลับมาเรียนซ้ำใหม่ได้จนกว่าคุณจะสำเร็จผ่านตามเกณฑ์ของหลักสูตรไปได้
การเรียนฟรีไดฟ์แน่นอนสามารถเรียนคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนมาเรียนด้วยก็ได้ เพราะในคลาสเรียนคุณจะได้พบเจอเพื่อนๆใหม่ที่สนใจกิจกรรมแบบเดียวกับคุณ ทำให้คุณได้มิตรภาพใหม่กลับไปและออกไปดำน้ำด้วยกันได้ การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์มีกฏเหล็กสำหรับการดำน้ำอยู่คือ “Never Dive Alone” ห้ามดำน้ำคนเดียวเด็ดขาด ต้องมีคู่ดำน้ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยทั้งสองคน การออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปก็ควรมีเพื่อนออกไปดำน้ำด้วย ห้ามไปคนเดียวเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถมีใครช่วยเหลือเราได้
เกณฑ์ภาคทะเลของ AIDA 2 คือการดำลึก 12-20 เมตร ควบคู่ไปกับการทำทักษะความปลอดภัยและการกู้ภัย (Rescue) ที่ถูกต้อง
นอกจากความลึกเรายังเรียนการกลั้นหายใจ 2 นาที และดำน้ำไกล 40 เมตร ซึ่งคุ้มค่ากับการเริ่มต้นเรียนฟรีไดฟ์ ที่มีทักษะติดตัวที่ดี
สามารถทำได้ผ่านระบบ Crossover โดยครูผู้สอนจะทำการประเมินทักษะตามเกณฑ์ของสถาบันปลายทางเพื่อให้คุณเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ทันที
เป็นข้อได้เปรียบของ AIDA ที่มีทักษะและคุณภาพที่สูงกว่า ทำให้สามารถไปเรียนต่อในหลักสูตรอื่นได้ง่ายขึ้น
สามารถกลับมาสอบซ่อม (Retake) ได้ครับ ที่ Apnea Thailand เรามีช่วงเวลาซ้อมภาคทะเลให้นักเรียนได้กลับมาพัฒนาทักษะจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ความลึกที่กำหนด
และมีสระน้ำในกรุงเทพฯ ให้เข้ามาฝึกซ้อมหรือ Refresh skill ได้ตลอดทุกสัปดาห์
ไม่มีวันหมดอายุครับ เมื่อได้รับแล้วคุณสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันระดับทักษะเพื่อไปดำน้ำหรือลงทริปได้ทั่วโลกตลอดไป
โดยปกติใช้เวลา 2-3 วัน แบ่งเป็นภาคทฤษฎีและสระว่ายน้ำ 1 วัน และภาคทะเล 1-2 วัน ในเนื้อหาเรียน และขึ้นอยู่กับความพร้อมและทักษะของผู้เรียนแต่ละคน
หลังเรียนเสร็จแล้ว ทักษะไหนยังไม่ดีหรือทำไม่ได้ในระหว่างเรียน สามารถกลับเข้ามาฝึกซ้อมกับทางโรงเรียนต่อได้ นี้คือข้อดีของโรงเรียนเรา ที่มี Community การฝึกซ้อมฟรีไดฟ์ในกรุงเทพฯ
AIDA 1 คือคอร์สทดลอง 1 วัน ส่วน AIDA 2 คือคอร์สเต็มรูปแบบ หากคุณต้องการดำน้ำจริงจังแนะนำ AIDA 2 เพราะครอบคลุมทั้งทฤษฎี สระ และทะเล พร้อมได้รับใบเซอร์ฯ สากล แนะนำเพิ่มเติมถ้าคุณไม่มั่นใจในการว่ายน้ำของตัวเองหรือลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ แนะนำเรียน AIDA 1 ก่อน แต่ถ้าคุณว่ายน้ำไม่ได้หรือทักษะว่ายน้ำยังไม่ดี และไม่กลัวน้ำ คุณก็สามารถเลือกเรียน AIDA 2 ได้เลย
ทางโรงเรียนมีครูฝึกที่ได้รับรองจากองค์กรฟรีไดฟ์ AIDA ในระดับสากลที่มีมาตรฐานสูงสุด และ Molchanovs นักเรียนทุกคนที่ผ่านหลักสูตรเรียบร้อยแล้วจะได้รับไปรับรองจากหลักสูตรฟรีไดฟ์ที่คุณได้รับเรียน เว้นแต่คุณจะไม่ผ่านเกณฑ์และครบเวลาที่หลักสูตรกำหนด
การเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ในขั้นแรก จะสามารถเริ่มเรียนได้ 2 คอร์ส Basic Freedive หรือ Freediver ในระดับแต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการทำกิจกรรมหรือสภาพของร่างกาย ความแตกต่าง หลังผ่านหลักสูตรแล้วก็เรียนในระดับต่อไปได้ Advande Freediver และ Master Freediver ในระดับถัดไปสำหรับคนที่อยากทำเป็นอาชีพหรือเพิ่มทักษะความรู้มากขึ้น เรียนระดับ Freedive Instructor ได้
ฟรีไดฟ์ได้มีการแบ่งประเภทออกเป็นทั้งหมด 8 ประเภท ตามลักษณะการกลั้นหายใจ
Static Apnea – กลั้นหายใจอยู่กับที่ หนึ่งลมหายใจกลั้นให้ได้นานที่สุด
Dynamic Apnea with fins – ดำนำในแนวระนาบ หนึ่งลมหายใจไปให้ได้ไกลที่สุด โดยใช้ฟิน
Dynamic Apnea nofin – ดำนำในแนวระนาบ หนึ่งลมหายใจไปให้ได้ไกลที่สุด โดยไม่ใช้ฟิน
Free Immersion – การดึงเชือกลงไปในความลึกและดึงเชือกกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ
Constant Weight with fins – ดำน้ำดิ่งลงไปและว่ายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ สามารถจับเชือกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนกลับตัว โดยใช้ฟิน
Constant Weight nofin – ดำน้ำดิ่งลงไปและว่ายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ สามารถจับเชือกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนกลับตัว โดยไม่ใช่ฟิน
Varible Weight – ใช้อุปกรณ์น้ำหนักพาลงไปในความลึก กลับขึ้นมาโดยการว่ายหรือดึงเชือก
No Limits – ใช้อุปกรณ์น้ำหนักลงไปในความลึก และกลับขึ้นมาด้วยอุปกรณ์
ในคอร์สเรียนนักเรียนทุกคนจะได้เรียนในทุกประเภท ในแต่ระดับของฟรีไดฟ์ที่เข้าร่วมหลักสูตร
ช่วยให้คุณมีสมาธิที่ดีขึ้น ควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้น และได้สัมผัสโลกใต้น้ำในมุมมองที่อิสระและเป็นธรรมชาติมากกว่าการดำน้ำประเภทอื่น
ต่างกันที่ระดับความลึกและเทคนิค สน็อกเกิลคือการลอยตัวดูปะการังจากผิวน้ำ แต่ฟรีไดวิ่งมีการใช้เทคนิคการเคลียร์หู (Equalization) เพื่อดำลงสู่ความลึกอย่างเป็นระบบ และสังเกตุอาการต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการดำน้ำลึกเป็นเวลานาน
มีความปลอดภัยสูงมากหากเรียนและปฏิบัติอย่างถูกต้อง ภายใต้กฎความปลอดภัยสากล เช่น การไม่ดำน้ำคนเดียว (Never Dive Alone) และการมี Buddy ที่ผ่านการอบรมคอยดูแลเสมอ เราสามารถหลีกเลี่ยงความอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในคอร์สเรียนของเราจะมีการสอนให้เข้าใจถึงความเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน การเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกวิธีและทำให้เข้าใจฟรีไดฟ์ได้อย่างลึกซึ้ง คุณก็จะสามารถดำน้ำได้ด้วยความปลอดภัย
ควรว่ายน้ำได้เบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย โดยมาตรฐานคอร์ส AIDA 2 จะต้องสามารถว่ายน้ำเบื้องต้นหรือลอยตัวได้ เพื่อยืนยันว่าคุณสามารถดูแลตัวเองในน้ำลึกได้
แต่ถ้าคุณไม่สามารถว่ายน้ำได้เลย ลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ เราแนะนำให้เริ่มต้นเรียนที่ AIDA 1 ก่อน เพื่อปรับพื้นฐาน ไม่ต้องกังวลใน Community ของโรงเรียนเราจะคอยสอนการว่ายน้ำเพิ่มเติมด้วยอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยโดยสมบูรณ์
ฟรีไดวิ่งคือการดำน้ำโดยใช้ลมหายใจเดียว (Breath-hold) โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยหายใจใต้ตัว เน้นความสงบ การฝึกสมาธิ และการเข้าใจกลไกของร่างกายภายใต้ความดันน้ำ การเล่นกิจกรรมชนิดนี้มีความเสี่ยงอาจที่เกิดอันตรายกับร่างกายและชีวิตของเราได้ ควรที่จะเริ่มต้นเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกต้องและมีใบรับรอง ฟรีไดฟ์ยังมีการแข่งขันเพื่อทำสถิตในการดำน้ำอีกด้วย
เริ่มต้นในคอร์สเรียนทางโรงเรียนได้จัดอุปกรณ์ทั้งหมดในการเรียนฟรีไดฟ์ไว้หมดแล้ว นักเรียนสามารถใช้และได้ลองอุปกรณ์ต่างๆได้โดยที่ยังไม่ต้องซื้อมาก่อนเริ่มเรียน ถ้ารู้สึกชอบและอย่างจริงจังกับกิจกรรมนี้ก็สามารถซื้ออุปกรณ์เป็นของตัวเองได้เช่นการ ทางโรงเรียนก็มีร้านพันธมิตรซึ่งมีส่วนลดในการซื้อสินค้าฟรีไดฟ์ให้กับนักเรียนทุกคน และทางครูกับสตาฟภายในโรงเรียนพร้อมให้คำปรึกษากับการเลือกซื้ออุปกรณ์ให้ถูกวัตถุประสงค์ในการใช้งานกับราคาที่คุ้มค่าที่จะต้องจ่าย เพื่อใหม่ได้สินค้าในราคาที่ไม่แพงเกินไป
การกลั้นหายใจได้นาน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นการหายใจให้ถูกวิธีในแบบของฟรีไดฟ์ ทักษาะการผ่อนคลาย การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่เริ่มกลั้นหายใจ และการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีเพื่อพัฒนาศักยภาพร่างกายให้ดีขึ้นไป ทั้งหมดนี้มีอยู่ในคอร์สเรียนของเราซึ่งคนที่ได้เข้าคอร์สเรียนจะได้รับการอบรมในเนื้อหาส่วนนี้
ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวบางอย่างก็จะสามารถเรียนได้เช่นกัน โรคประจำตัวที่ไม่สามารถเรียนได้ คือ โรคความดั่นโลหิตต่ำ โรคหัวใจ โรคลมชัก โรคเกี่ยวกับปอด โรคภาวะติดเชื้อรุนแรง โรคประสาทขั้นรุนเรง เป็นต้น ส่วนบุคคลที่ร่างกายไม่แข็งแรงมากก็สามารถเรียนได้ฟรีไดฟ์จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นได้ แต่การเล่นกีฬาก็ควรหมั่นทำให้ร่างกายแข็งแรงและปลอดโรคจะดีที่สุด ควรได้รับการรับรองจากแพทย์ก่อนเริ่มเรียนฟรีได์
ภายใต้ข้อกำหนดหลักสูตรของโรงเรียน ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป หรือ อายุ 12-16 ปีสำหรับหลักสูตรเด็ก (Junior) โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ในหลักสูตของเราได้ อายุมากที่สุดไม่มีกำหนด ถ้าคุณคิดว่าคุณอายุเยอะแล้วแข็งแรงอยากเปิดประสบกาณ์ใหม่ให้ชีวิตคุณก็สามารถเข้าร่วมคอร์สฟรีไดฟ์ได้