
ไม่ได้ไปทะเลบ่อยๆ ฝึกยังให้ดำได้ 10 – 12 เมตร
มาดูวิธีการฝึก Dry สำหรับฟรีไดฟ์กัน หรือ เรียนฟรีไดฟ์มาแล้วแต่ยังดำไม่ถึงไม่ผ่านเกณฑ์สักที อยากจบแล้ว
จริงๆ 80% ของการฟรีไดฟ์ นักฟรีไดฟ์หลายคนจะเน้นการฝึกบนบกซะมากกว่า เพื่อให้ร่างกายชินกับการกลั้นหายใจตลอดเวลา ซึ่งการลงไปที่ระดับน้ำ 10 -12 เมตร ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเข้าใจระบบ Equalization และจังหวะในการเคลียร์หู ที่เหลือเราก็มีพัฒนาร่างกายของเรา เพื่อดำน้ำในระดับนี้กันง่ายมากขึ้น จะได้ผ่านรับ เซอร์ติฟายด์ กันได้แบบชิลๆ
Basic training 1 : Dry static apnea
ฝึกซ้อมตาราง Co2 ให้ร่างกายเคยชินกับ คาร์บอนไดออกไซด์ มากขึ้น ตามตารางของตัวเองได้เลย
Breath 2:00 min > -15s / Hold PB-50% (8 Lap)
ทำได้ทุกวันยิ่งดี
การฝึกนี้ก็สำคัญ
Basic training 2 : Apnea walk (20m)
การจำลองการใช้ออกซิเจนขณะกลั้นหายใจ เหมือนกับตอนดำน้ำ เราก็จะใช้วิธีการเดินแทนการตีฟินดำน้ำลงไป ในเมื่อเราอยากดำน้ำลึก 10 – 12 m เราก็ตั้งระยะทางเดินไว้ได้เลย
ดำน้ำลึกระยะทาง 10 เมตร เราจะใช้เวลา 1m/1s เราก็จะได้ 10 วินาทีในการเดิน 10 เมตร ไม่ว่า 1 เมตรจะเดินกี่ก้าวก็แล้วแต่ 2-3 ก้าว ขาสั้นขายาว เราก็จะทำกันแบบนี้ 8 – 10 รอบ / 1 เซ็ท
แต่อย่าลืมว่า ดำลงแล้วต้องดำขึ้นด้วย ระยะทางรวมทั้งหมด 20 เมตร ก็หันหลังกลับตัว หรือจะหยุดสักนิดแล้วค่อยเดินต่ออีก 10 เมตรก็ได้
*ระยะทางเดินไม่ได้ไกล เสี่ยงต่อการหมดสติน้อย เพราะฉะนั้นระหว่างวันหรือทำกิจกรรมอะไรอยู่ก็สามารถทำแทรกไปได้เลย ก็ได้ เพื่อความสนุกในการใช้ชีวิต *
แต่ Freedive Lv.1 ไม่ได้จำกัดไว้แค่ 10 -12 m นะ เราสามารถดำได้ถึง 20m กันเลย ถ้าอยากดำได้ 16 – 20m ลองดูวิธีนี้
Advance training 1 : Apnea walk (40m)
เซ็ทเหมือนเดิม 1m/1s > 20m turn 20m = ระยะทาง 40 m
เพิ่มเติมขึ้นมา ตอนครบ 20m ให้เรา Squat 1 ครั้ง เพื่อจำลองการใช้พลังงานในการกลับตัว แล้วเดินต่ออีก 20m ทำ 8 รอบ / 1 เซ็ท
*ระยะไกลขึ้น ต้องใช้ความระมัดระวังในการทำเพิ่มมากขึ้นด้วย*
ตารางการฝึกมีหลายรูปแบบ ครั้งนี้รองดูพื้นฐานกันง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยใช้ตารางฝึกขั้นสูงมากขึ้น
ปล. สุดท้ายเลยการฝึก Dry ไม่จำเป็นต้องใช้บัดดี้ก็ได้ แต่ระยะทางบางทีอาจจะไกลและทำหลายรอบ แนะนำว่าให้มีใครสักคนเป็น บั้ดดี้ มองดูเราขณะทำด้วย จะทำให้เราปลอดภัยมากขึ้น การกลั้นหายใจทุกครั้งมีโอกาสที่จะทำให้เราหมดสติได้เสมอ คิดแบบนี้ไว้ได้เลย ดูลิมิตของตัวเองก่อนจะทำ แล้วเราจะปลอดภัยกันทุกคน
** ระยะทางในการทำ ค่อยๆปรับไปตามความสามารถของตัวเองได้เลย **
Share This Post!
About the author : admin
- All
- 1: General & Beginner (ข้อมูลพื้นฐานสำหรับมือใหม่)
- 2: Courses & Certification (หลักสูตรและการรับรอง)
- 3: Logistics & Preparation (การเตรียมตัวและสถานที่เรียน)
- 4: Technical & Health เทคนิคและการดูแลสุขภาพ
- 5: Equipment (อุปกรณ์ฟรีไดวิ่ง)
ล้างด้วยน้ำจืดให้สะอาดทุกครั้งและตากในที่ร่ม เลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานานเพื่อป้องกันวัสดุยางและซิลิโคนเสื่อมสภาพเร็ว
ควรใส่แล้วรู้สึกกระชับแต่ไม่บีบจนเกินไป แนะนำให้ลองใส่คู่กับถุงเท้าดำน้ำ (Diving Socks) เพื่อลดการเสียดสีและเพิ่มความสบาย
เพราะยางจะรัดแน่นติดกับตัวแม้หน้าท้องเราจะยุบลงเมื่อดำลึก ป้องกันไม่ให้ตะกั่วเลื่อนไปมาซึ่งอาจส่งผลต่อการทรงตัว
ในตอนเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใส่เวทสูท แต่จะจำเป็นต่อเมื่อมีอาการหนาวสั่น เพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายและป้องกันรอยขีดข่วน รวมถึงช่วยในการลอยตัว (Buoyancy) ระหว่างทำทักษะการกู้ภัย
คาร์บอนจะเบาและให้แรงสปริงกลับที่ดีกว่า ช่วยประหยัดแรงในการว่ายน้ำลึก ส่วนพลาสติกจะมีความทนทานและราคาประหยัดกว่า เหมาะสำหรับมือใหม่
อุปกรณ์เริ่มต้นของการเรียนฟรีไดฟ์ที่ Apnea Thailand เป็นฟินที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีให้นักเรียนได้เริ่มฝึกฟรีไดฟ์ได้ดี
เพื่อลดปริมาตรอากาศ (Low Volume) ทำให้เราใช้ลมน้อยลงในการเป่าหน้ากากเพื่อปรับความดัน ช่วยให้กลั้นหายใจได้นานขึ้น
ควรทานอาหารที่ย่อยง่ายและไม่หนักท้อง เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและอาหารรสจัด อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนลงน้ำ
APNEA Thailand จะมีออกรอบเรียนทะเลทุกเดือนเดือนละ 1 ครั้ง สามารถติดตามตารางการออกทะเลได้ที่ Line OA : @apneathailand
และยังมีการเรียนที่เกาะเต่าด้วย
สถานที่เรียนสระน้ำของ APNEA Thailand จะเรียนที่สระน้ำจุฬาภรณ์ เกษตร บางเขน ง่ายต่อการเดินทางในหลายเส้นทาง
สระน้ำของเรามีหลายประเภท 25 เมตร 50 เมตร และสระน้ำลึก 5 เมตร เป็นสถานที่พร้อมและสะดวกต่อการเรียนและการฝึกซ้อมฟรีไดฟ์

แนะนำให้ไปสอบภาคทะเลภายใน 6 เดือน เพื่อให้ทักษะที่เรียนในสระยังสดใหม่และไม่ต้องทวนทฤษฎีใหม่ทั้งหมด การเรียนที่ต่อเนื่องให้จบคอร์สจะช่วยให้ไม่ลืมทักษะที่เรียนมากทั้งหมดได้
เรามีพันธมิตรที่พักในราคานักเรียน ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงบังกะโลริมทะเลใกล้จุดดำน้ำ สามารถสอบถามทีมงานเพื่อจองล่วงหน้าได้
ชุดว่ายน้ำ, อุปกรณ์อาบน้ำ, ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง, และความพร้อมของร่างกายและใจ หากมีอุปกรณ์ส่วนตัวสามารถนำมาให้ครูช่วยเช็กความเหมาะสมได้
อุปกรณ์ในการเรียนฟรีไดฟ์ทางโรงเรียนจะเตรียมให้นักเรียนทุกคน
มีหลายทางเลือก เช่น รถทัวร์ต่อเรือ (Lomprayah) หรือบินมาลงสมุย/สุราษฎร์ฯ แล้วต่อเรือ ทางโรงเรียนมีคู่มือแนะนำการเดินทางเตรียมไว้ให้คุณ
เราเลือกใช้สระว่ายน้ำจุฬาภรณ์เฉพาะทางในทำเลที่เดินทางสะดวก สระตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัย เชื่อมต่อถนนหลัก 3 สาย (พหลโยธิน-งามวงศ์วาน-วิภาวดี)
ทำให้ไม่ว่าจะมาจากโซนไหนก็ถึงสระได้รวดเร็ว
🚆 เดินทางด้วยรถไฟฟ้า (สะดวกที่สุด)
-
BTS สายสีเขียว: ลงสถานี ม.เกษตรศาสตร์ (ทางออก 1) เดินเข้าประตูพหลโยธิน แล้วต่อ รถตะลัย (สาย 1 หรือ 3) หรือเรียก MuvMi มาส่งหน้าสระได้ทันที
-
SRT สายสีแดง: ลงสถานี บางเขน เดินข้ามฝั่งเข้าประตูวิภาวดีรังสิต แล้วต่อรถตะลัยสาย 5 หรือวินมอเตอร์ไซค์
🚗 เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
-
ทางเข้าหลัก: เข้าได้ทั้งจาก ประตูพหลโยธิน, ประตูงามวงศ์วาน และประตูวิภาวดี
-
ที่จอดรถ: บริเวณรอบสระว่ายน้ำมีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก ปลอดภัยและไม่แออัด
🚌 เดินทางด้วยรถเมล์
-
ฝั่งพหลโยธิน: สาย 26, 34, 39, 59, 114, 503, 522
-
ฝั่งงามวงศ์วาน: สาย 63, 104, 114, 522, 545
-
ฝั่งวิภาวดี: สาย 29, 52, 510, 555
ถ้าอยู่ในช่วงที่มีอาการอักเสบหรือคัดจมูกจะเคลียร์หูยากมาก แนะนำให้พักรักษาตัวให้หายดีก่อนมาเรียนเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของเยื่อบุแก้วหู
Wetsuit เป็นอีกอย่างที่ใช้ในการฟรีไดฟ์ เวทสูททำหน้าที่ช่วยคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้หนาวเย็นเวลาอยู่ในน้ำที่นาน และยังช่วยป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้อีกด้วย สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ในระหว่างเรียนทางโรงเรียนมีเวทสูตรให้เช่าสำหรับคนที่หนาวง่ายเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเรียน แต่ถ้าออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปการที่ได้ใส่เวทสูตรหรือชุดแขนยาวขายาว ก็สามารถป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้เช่นกัน ในระดับต่อไปจริงจังกับกิจกรรมฟรีไดฟ์มีการออกซ้อมบ่อยๆ ก็ควรมีเวทสูทติดตัวไว้อย่างน้อยหนึ่งตัวก็ดี
มีผลทำให้ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการหายใจไม่อิ่มขณะดำน้ำ แนะนำให้ลดหรือเลี่ยงก่อนวันเรียน
ในหลักสูตรจะมีการฝึก Static Apnea (การกลั้นหายใจในสระ) เพื่อสอนให้คุณรู้จักขีดจำกัดและสัญญาณเตือนของร่างกาย เช่น อาการกระตุกของกะบังลม (Contractions)
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเรียน และต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินสุขภาพ เนื่องจากความดันน้ำมีผลต่อระบบหมุนเวียนเลือดและหัวใจ
เพราะจะทำให้ระดับ CO2 ในเลือดต่ำลงเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวูบหมดสติ (Blackout) ใต้น้ำโดยที่ร่างกายไม่ส่งสัญญาณเตือน
คือการใช้โคนลิ้นดันลมเข้าสู่ท่อยูสเตเชียนเพื่อปรับความดันในหูชั้นกลาง ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่นักฟรีไดวิ่งทุกคนต้องฝึกเพื่อให้ดำลึกได้อย่างปลอดภัย
ในคอร์สเริ่มต้น AIDA 2 เราจะได้เรียนถึงวิธีนี้กัน แต่ไม่ได้กังวลเรายังมีวิธีที่ธรรมชาติกว่าในการฝึกเริ่มต้นที่สามรถให้คุณเคลียร์หูได้เลยในระหว่างเรียน
การเรียรฟรีไดฟ์ ไม่ยากและไม่ง่ายเกินไปที่ทุกคนจะสามารถเรียนรู้และปฏิบัติได้ ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับทักษาะการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลว่าจะไปพัฒนาไปได้เร็วและดีแค่ไหน ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ในคอร์สเรียนได้กำหนดวันเรียนไว้อย่างน้อย 1 วันที่ทำให้คุณเรียนรู้ทักษะของฟรีไดฟ์เบื้อต้นทั้งหมด แต่ถ้ายังไม่สามารถทำได้ดีหรือยังไม่ได้ ก็สามารถเรียนซ้ำได้กับทางโรงเรียนของเรา จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สเรียนใหม่ที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียนมีนโยบาย ให้กับนักเรียนที่เรียนกับทางเราได้รับข้อมูลและการปฏิบัติอย่างครบถ้วน เพราะอย่างนั้นไม่ต้องกังวลไป ทำไม่ได้ก็กลับมาเรียนซ้ำใหม่ได้จนกว่าคุณจะสำเร็จผ่านตามเกณฑ์ของหลักสูตรไปได้
การเรียนฟรีไดฟ์แน่นอนสามารถเรียนคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนมาเรียนด้วยก็ได้ เพราะในคลาสเรียนคุณจะได้พบเจอเพื่อนๆใหม่ที่สนใจกิจกรรมแบบเดียวกับคุณ ทำให้คุณได้มิตรภาพใหม่กลับไปและออกไปดำน้ำด้วยกันได้ การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์มีกฏเหล็กสำหรับการดำน้ำอยู่คือ “Never Dive Alone” ห้ามดำน้ำคนเดียวเด็ดขาด ต้องมีคู่ดำน้ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยทั้งสองคน การออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปก็ควรมีเพื่อนออกไปดำน้ำด้วย ห้ามไปคนเดียวเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถมีใครช่วยเหลือเราได้
เกณฑ์ภาคทะเลของ AIDA 2 คือการดำลึก 12-20 เมตร ควบคู่ไปกับการทำทักษะความปลอดภัยและการกู้ภัย (Rescue) ที่ถูกต้อง
นอกจากความลึกเรายังเรียนการกลั้นหายใจ 2 นาที และดำน้ำไกล 40 เมตร ซึ่งคุ้มค่ากับการเริ่มต้นเรียนฟรีไดฟ์ ที่มีทักษะติดตัวที่ดี
สามารถทำได้ผ่านระบบ Crossover โดยครูผู้สอนจะทำการประเมินทักษะตามเกณฑ์ของสถาบันปลายทางเพื่อให้คุณเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ทันที
เป็นข้อได้เปรียบของ AIDA ที่มีทักษะและคุณภาพที่สูงกว่า ทำให้สามารถไปเรียนต่อในหลักสูตรอื่นได้ง่ายขึ้น
สามารถกลับมาสอบซ่อม (Retake) ได้ครับ ที่ Apnea Thailand เรามีช่วงเวลาซ้อมภาคทะเลให้นักเรียนได้กลับมาพัฒนาทักษะจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ความลึกที่กำหนด
และมีสระน้ำในกรุงเทพฯ ให้เข้ามาฝึกซ้อมหรือ Refresh skill ได้ตลอดทุกสัปดาห์
ไม่มีวันหมดอายุครับ เมื่อได้รับแล้วคุณสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันระดับทักษะเพื่อไปดำน้ำหรือลงทริปได้ทั่วโลกตลอดไป
โดยปกติใช้เวลา 2-3 วัน แบ่งเป็นภาคทฤษฎีและสระว่ายน้ำ 1 วัน และภาคทะเล 1-2 วัน ในเนื้อหาเรียน และขึ้นอยู่กับความพร้อมและทักษะของผู้เรียนแต่ละคน
หลังเรียนเสร็จแล้ว ทักษะไหนยังไม่ดีหรือทำไม่ได้ในระหว่างเรียน สามารถกลับเข้ามาฝึกซ้อมกับทางโรงเรียนต่อได้ นี้คือข้อดีของโรงเรียนเรา ที่มี Community การฝึกซ้อมฟรีไดฟ์ในกรุงเทพฯ
AIDA 1 คือคอร์สทดลอง 1 วัน ส่วน AIDA 2 คือคอร์สเต็มรูปแบบ หากคุณต้องการดำน้ำจริงจังแนะนำ AIDA 2 เพราะครอบคลุมทั้งทฤษฎี สระ และทะเล พร้อมได้รับใบเซอร์ฯ สากล แนะนำเพิ่มเติมถ้าคุณไม่มั่นใจในการว่ายน้ำของตัวเองหรือลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ แนะนำเรียน AIDA 1 ก่อน แต่ถ้าคุณว่ายน้ำไม่ได้หรือทักษะว่ายน้ำยังไม่ดี และไม่กลัวน้ำ คุณก็สามารถเลือกเรียน AIDA 2 ได้เลย
ทางโรงเรียนมีครูฝึกที่ได้รับรองจากองค์กรฟรีไดฟ์ AIDA ในระดับสากลที่มีมาตรฐานสูงสุด และ Molchanovs นักเรียนทุกคนที่ผ่านหลักสูตรเรียบร้อยแล้วจะได้รับไปรับรองจากหลักสูตรฟรีไดฟ์ที่คุณได้รับเรียน เว้นแต่คุณจะไม่ผ่านเกณฑ์และครบเวลาที่หลักสูตรกำหนด
การเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ในขั้นแรก จะสามารถเริ่มเรียนได้ 2 คอร์ส Basic Freedive หรือ Freediver ในระดับแต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการทำกิจกรรมหรือสภาพของร่างกาย ความแตกต่าง หลังผ่านหลักสูตรแล้วก็เรียนในระดับต่อไปได้ Advande Freediver และ Master Freediver ในระดับถัดไปสำหรับคนที่อยากทำเป็นอาชีพหรือเพิ่มทักษะความรู้มากขึ้น เรียนระดับ Freedive Instructor ได้
ฟรีไดฟ์ได้มีการแบ่งประเภทออกเป็นทั้งหมด 8 ประเภท ตามลักษณะการกลั้นหายใจ
Static Apnea – กลั้นหายใจอยู่กับที่ หนึ่งลมหายใจกลั้นให้ได้นานที่สุด
Dynamic Apnea with fins – ดำนำในแนวระนาบ หนึ่งลมหายใจไปให้ได้ไกลที่สุด โดยใช้ฟิน
Dynamic Apnea nofin – ดำนำในแนวระนาบ หนึ่งลมหายใจไปให้ได้ไกลที่สุด โดยไม่ใช้ฟิน
Free Immersion – การดึงเชือกลงไปในความลึกและดึงเชือกกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ
Constant Weight with fins – ดำน้ำดิ่งลงไปและว่ายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ สามารถจับเชือกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนกลับตัว โดยใช้ฟิน
Constant Weight nofin – ดำน้ำดิ่งลงไปและว่ายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ สามารถจับเชือกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนกลับตัว โดยไม่ใช่ฟิน
Varible Weight – ใช้อุปกรณ์น้ำหนักพาลงไปในความลึก กลับขึ้นมาโดยการว่ายหรือดึงเชือก
No Limits – ใช้อุปกรณ์น้ำหนักลงไปในความลึก และกลับขึ้นมาด้วยอุปกรณ์
ในคอร์สเรียนนักเรียนทุกคนจะได้เรียนในทุกประเภท ในแต่ระดับของฟรีไดฟ์ที่เข้าร่วมหลักสูตร
ช่วยให้คุณมีสมาธิที่ดีขึ้น ควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้น และได้สัมผัสโลกใต้น้ำในมุมมองที่อิสระและเป็นธรรมชาติมากกว่าการดำน้ำประเภทอื่น
ต่างกันที่ระดับความลึกและเทคนิค สน็อกเกิลคือการลอยตัวดูปะการังจากผิวน้ำ แต่ฟรีไดวิ่งมีการใช้เทคนิคการเคลียร์หู (Equalization) เพื่อดำลงสู่ความลึกอย่างเป็นระบบ และสังเกตุอาการต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการดำน้ำลึกเป็นเวลานาน
มีความปลอดภัยสูงมากหากเรียนและปฏิบัติอย่างถูกต้อง ภายใต้กฎความปลอดภัยสากล เช่น การไม่ดำน้ำคนเดียว (Never Dive Alone) และการมี Buddy ที่ผ่านการอบรมคอยดูแลเสมอ เราสามารถหลีกเลี่ยงความอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในคอร์สเรียนของเราจะมีการสอนให้เข้าใจถึงความเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน การเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกวิธีและทำให้เข้าใจฟรีไดฟ์ได้อย่างลึกซึ้ง คุณก็จะสามารถดำน้ำได้ด้วยความปลอดภัย
ควรว่ายน้ำได้เบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย โดยมาตรฐานคอร์ส AIDA 2 จะต้องสามารถว่ายน้ำเบื้องต้นหรือลอยตัวได้ เพื่อยืนยันว่าคุณสามารถดูแลตัวเองในน้ำลึกได้
แต่ถ้าคุณไม่สามารถว่ายน้ำได้เลย ลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ เราแนะนำให้เริ่มต้นเรียนที่ AIDA 1 ก่อน เพื่อปรับพื้นฐาน ไม่ต้องกังวลใน Community ของโรงเรียนเราจะคอยสอนการว่ายน้ำเพิ่มเติมด้วยอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยโดยสมบูรณ์
ฟรีไดวิ่งคือการดำน้ำโดยใช้ลมหายใจเดียว (Breath-hold) โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยหายใจใต้ตัว เน้นความสงบ การฝึกสมาธิ และการเข้าใจกลไกของร่างกายภายใต้ความดันน้ำ การเล่นกิจกรรมชนิดนี้มีความเสี่ยงอาจที่เกิดอันตรายกับร่างกายและชีวิตของเราได้ ควรที่จะเริ่มต้นเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกต้องและมีใบรับรอง ฟรีไดฟ์ยังมีการแข่งขันเพื่อทำสถิตในการดำน้ำอีกด้วย
เริ่มต้นในคอร์สเรียนทางโรงเรียนได้จัดอุปกรณ์ทั้งหมดในการเรียนฟรีไดฟ์ไว้หมดแล้ว นักเรียนสามารถใช้และได้ลองอุปกรณ์ต่างๆได้โดยที่ยังไม่ต้องซื้อมาก่อนเริ่มเรียน ถ้ารู้สึกชอบและอย่างจริงจังกับกิจกรรมนี้ก็สามารถซื้ออุปกรณ์เป็นของตัวเองได้เช่นการ ทางโรงเรียนก็มีร้านพันธมิตรซึ่งมีส่วนลดในการซื้อสินค้าฟรีไดฟ์ให้กับนักเรียนทุกคน และทางครูกับสตาฟภายในโรงเรียนพร้อมให้คำปรึกษากับการเลือกซื้ออุปกรณ์ให้ถูกวัตถุประสงค์ในการใช้งานกับราคาที่คุ้มค่าที่จะต้องจ่าย เพื่อใหม่ได้สินค้าในราคาที่ไม่แพงเกินไป
การกลั้นหายใจได้นาน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นการหายใจให้ถูกวิธีในแบบของฟรีไดฟ์ ทักษาะการผ่อนคลาย การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่เริ่มกลั้นหายใจ และการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีเพื่อพัฒนาศักยภาพร่างกายให้ดีขึ้นไป ทั้งหมดนี้มีอยู่ในคอร์สเรียนของเราซึ่งคนที่ได้เข้าคอร์สเรียนจะได้รับการอบรมในเนื้อหาส่วนนี้
ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวบางอย่างก็จะสามารถเรียนได้เช่นกัน โรคประจำตัวที่ไม่สามารถเรียนได้ คือ โรคความดั่นโลหิตต่ำ โรคหัวใจ โรคลมชัก โรคเกี่ยวกับปอด โรคภาวะติดเชื้อรุนแรง โรคประสาทขั้นรุนเรง เป็นต้น ส่วนบุคคลที่ร่างกายไม่แข็งแรงมากก็สามารถเรียนได้ฟรีไดฟ์จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นได้ แต่การเล่นกีฬาก็ควรหมั่นทำให้ร่างกายแข็งแรงและปลอดโรคจะดีที่สุด ควรได้รับการรับรองจากแพทย์ก่อนเริ่มเรียนฟรีได์
ภายใต้ข้อกำหนดหลักสูตรของโรงเรียน ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป หรือ อายุ 12-16 ปีสำหรับหลักสูตรเด็ก (Junior) โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ในหลักสูตของเราได้ อายุมากที่สุดไม่มีกำหนด ถ้าคุณคิดว่าคุณอายุเยอะแล้วแข็งแรงอยากเปิดประสบกาณ์ใหม่ให้ชีวิตคุณก็สามารถเข้าร่วมคอร์สฟรีไดฟ์ได้