ปัญหาหลักๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับการเครียร์หู

January 30, 2023
กายภาพหู

1. พึ่งพาการ Valsava เกินไป

พยายามฝึกการใช้เฟนเซล นอกเหนือจากบทเรียนที่สอนไป ยังมีหลายๆ เหตุผลที่อยากแนะนำให้ใช้เฟนเซลมากกกว่า ฝึกการขยับลาลิ้ง ให้ลองเกร็งคอเบาๆ ความรู้สึกเหมือนขยับลูกกระเดือก แล้วจับความรู้สึกของลาลิ้ง ฝึกขยับขึ้นลงให้มีพลัง ขยับลาลิ้งได้อย่างมีพลังแล้ว มีอันไหนไม่เข้าใจให้ถามได้นะ

[บทความแนะนำ] เคลียร์หูแบบ Valsava กับ Frenzel ต่างกันอย่างไร?

2. ไม่ค่อยได้ฝึก Dry Equalization

เราสามารถฝึก Dry ได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องลงน้ำอย่างเดียว พยายามทำให้ง่าย และผ่อนคลายที่สุด เราเอาแบบฝึกหัด Dry มาให้อันนึงใน Note ถ้าเจออันไหนที่น่าสนใจจะเอามาให้อีก

3. เครียร์หูได้ไม่ถี่เพียงพอ

ถ้าเครียร์หูได้ไม่คล่อง ค่อยๆ ลง อย่าลงเร็ว หาจังหวะให้ได้ในทุกๆ ครึ่งเมตร หรือหนึ่งเมตร

4. แหงนหน้ามองด้านล่าง

“มองแค่เชือกที่ขนานกับหน้า” ถ้าเชือกไม่ขนานกับหน้าถือว่าผิดสูตร เซ็ทร่างกายตัวเองดีๆ ไม่แหงนหน้ามองลูกเทนนิสข้างล่าง แหงนปั้ป คอเกร็ง หลังงอ ทุกอย่างจะพาแย่ไปหมด

5. Force Equalization

อย่าไปเกร็ง อย่าไปเบ่ง พยายามเครียร์หูให้ได้สบายๆ แต่ในตอนแรกๆ เราอาจจะยังเครียร์หูไม่ออก ให้ฝึกเครียร์หูตอน Dry ให้เครียร์ไปดูเรื่องการฝึก Dry

6. Mask Equalization ไม่เคลียร์แมส

*** อย่าให้แมสดูดหน้า อย่าสวมแมสแน่นเกินไป ถ้าดำลงไปแล้วแมสกดหน้า ให้เครียร์แมสทุกๆ 5 เมตร โดยการพ่นลมออกทางจมูกเพื่อเติมแมส อย่าไปกลัวเครียร์หูเครียร์แมสแล้วลมหมด เราใช้ลมในการเครียร์นิดเดียว เราหมดลมไปกับความกลัว ความคิดเยอะกว่า

ฝึกเคลียร์หู

7. ไม่ Relax เพียงพอ

หาวิธีที่ทำให้ตัวเองผ่อนคลาย และมีสมาธิให้มากที่สุด ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ

Relaxation เป็นเรื่องแรกๆ และเรามักจะย้ำว่าเป็น key ของการดำน้ำ Stay in Relax, Stay in Peace, Stay in moment อย่าวิ่งควาญหาเทคนิคมากจนเกินไป การหาความรู้เพิ่มเป็นสิ่งที่ดีแต่อย่าพึ่งทฤษฎีมากจนเกินไป ให้ดำน้ำ ดำน้ำ และดำน้ำ เข้าใจร่างกายตัวเอง ทำไปเรื่อยๆ เราจะไว้ใจและเชื่อใจตัวเองในการจัดการปัญหาต่างๆ เวลาเราอยู่ในน้ำและรีแลกซ์ขึ้นไปเอง

8. การ Analyzing เมื่อจบไดร์ฟ

ระหว่างรอพัก ลองจับสัมผัสดูจากไดร์ฟที่แล้วว่าเราเป็นยังไงบ้าง จากคอมเมนท์ มีเรื่องอะไรที่ต้องแก้บ้าง ลอง Visualization ดูว่าไดร์ฟต่อไปเราจะไล่การทำอะไรบ้าง ปล่อยผ่อนคลายทั้งหมดลง และเมื่อถึงเทรินตัวเอง แค่ตั้งสติและดำน้ำ

9. อดทนต่อไปนะ

ทุกคนสามารถที่จะเรียนฟรีไดฟ์ได้ ค่อยๆ แกะสกิลไป บางคนเก่งสระ บางคนเก่งทะเล แต่ก็ค่อยๆ ปรับตัวเองไปทีเล็กทีละน้อย อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป อย่าคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ ให้ฟรีไดฟ์เป็นสิ่งที่อยากทำ

ฝึกสระ

ใครที่ยังกลับหัวไม่ได้ ให้ Feet first ถ้าเครียร์ได้ ให้ปลาดาว ถ้าปลาดาวได้ แสดงว่าเครียร์หูในแนวนอนได้ ลองไปฟันไดร์ฟบ่อยๆ ลงทแยงไปเรื่อยๆ ปรับองศาค่อยๆ ตั้งตรงไปเรื่อยๆ หรือ จะฝึกลงทแยงในสระก็ได้ ฝึก Dry ไป ดำไป ให้เวลาตัวเอง และให้สนุกกับมัน

บทความโดย : ครูฟลิค APNEA Thailand

Share This Post!

About the author : admin

Leave A Comment

อุปกรณ์ฟรีไดวิ่งต้องดูแลรักษาอย่างไรหลังใช้งาน?2026-01-13T14:29:51+07:00

ล้างด้วยน้ำจืดให้สะอาดทุกครั้งและตากในที่ร่ม เลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานานเพื่อป้องกันวัสดุยางและซิลิโคนเสื่อมสภาพเร็ว

วิธีเลือกขนาดฟิน (Fins) ที่ถูกต้องทำอย่างไร?2026-01-13T14:29:03+07:00

ควรใส่แล้วรู้สึกกระชับแต่ไม่บีบจนเกินไป แนะนำให้ลองใส่คู่กับถุงเท้าดำน้ำ (Diving Socks) เพื่อลดการเสียดสีและเพิ่มความสบาย

สายรัดตะกั่ว (Weight Belt) ของฟรีไดวิ่งทำไมต้องเป็นยาง?2026-01-13T14:28:20+07:00

เพราะยางจะรัดแน่นติดกับตัวแม้หน้าท้องเราจะยุบลงเมื่อดำลึก ป้องกันไม่ให้ตะกั่วเลื่อนไปมาซึ่งอาจส่งผลต่อการทรงตัว

จำเป็นต้องใส่ชุด Wetsuit เรียนไหม?2026-01-13T14:27:32+07:00

ในตอนเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใส่เวทสูท แต่จะจำเป็นต่อเมื่อมีอาการหนาวสั่น เพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายและป้องกันรอยขีดข่วน รวมถึงช่วยในการลอยตัว (Buoyancy) ระหว่างทำทักษะการกู้ภัย

ตีนกบแบบพลาสติกกับคาร์บอน (Fins) ต่างกันอย่างไร?2026-01-13T14:25:43+07:00

คาร์บอนจะเบาและให้แรงสปริงกลับที่ดีกว่า ช่วยประหยัดแรงในการว่ายน้ำลึก ส่วนพลาสติกจะมีความทนทานและราคาประหยัดกว่า เหมาะสำหรับมือใหม่
อุปกรณ์เริ่มต้นของการเรียนฟรีไดฟ์ที่ Apnea Thailand เป็นฟินที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีให้นักเรียนได้เริ่มฝึกฟรีไดฟ์ได้ดี

ทำไมต้องใช้หน้ากาก (Mask) สำหรับฟรีไดวิ่งโดยเฉพาะ?2026-01-13T14:22:40+07:00

เพื่อลดปริมาตรอากาศ (Low Volume) ทำให้เราใช้ลมน้อยลงในการเป่าหน้ากากเพื่อปรับความดัน ช่วยให้กลั้นหายใจได้นานขึ้น

อาหารเช้าก่อนดำน้ำควรทานอย่างไร?2026-01-13T14:17:23+07:00

ควรทานอาหารที่ย่อยง่ายและไม่หนักท้อง เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและอาหารรสจัด อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนลงน้ำ

เรียนทะเลที่ไหน?2026-01-13T14:31:08+07:00

APNEA Thailand จะมีออกรอบเรียนทะเลทุกเดือนเดือนละ 1 ครั้ง สามารถติดตามตารางการออกทะเลได้ที่ Line OA : @apneathailand
และยังมีการเรียนที่เกาะเต่าด้วย

เรียนที่สระน้ำไหน?2026-01-13T15:24:24+07:00

สถานที่เรียนสระน้ำของ APNEA Thailand จะเรียนที่สระน้ำจุฬาภรณ์ เกษตร บางเขน ง่ายต่อการเดินทางในหลายเส้นทาง
สระน้ำของเรามีหลายประเภท 25 เมตร 50 เมตร และสระน้ำลึก 5 เมตร เป็นสถานที่พร้อมและสะดวกต่อการเรียนและการฝึกซ้อมฟรีไดฟ์

เรียนภาคสระในกรุงเทพฯ แล้วไปสอบภาคทะเลนานแค่ไหนก็ได้ใช่ไหม?2026-01-13T14:33:03+07:00

แนะนำให้ไปสอบภาคทะเลภายใน 6 เดือน เพื่อให้ทักษะที่เรียนในสระยังสดใหม่และไม่ต้องทวนทฤษฎีใหม่ทั้งหมด การเรียนที่ต่อเนื่องให้จบคอร์สจะช่วยให้ไม่ลืมทักษะที่เรียนมากทั้งหมดได้

Apnea Thailand มีที่พักแนะนำให้ไหมเวลาไปเกาะเต่า?2026-01-13T14:08:30+07:00

เรามีพันธมิตรที่พักในราคานักเรียน ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงบังกะโลริมทะเลใกล้จุดดำน้ำ สามารถสอบถามทีมงานเพื่อจองล่วงหน้าได้

วันเรียนต้องเตรียมอะไรมาบ้าง?2026-01-13T14:33:44+07:00

ชุดว่ายน้ำ, อุปกรณ์อาบน้ำ, ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง, และความพร้อมของร่างกายและใจ หากมีอุปกรณ์ส่วนตัวสามารถนำมาให้ครูช่วยเช็กความเหมาะสมได้
อุปกรณ์ในการเรียนฟรีไดฟ์ทางโรงเรียนจะเตรียมให้นักเรียนทุกคน

การเดินทางไปเกาะเต่า วิธีไหนสะดวกที่สุด?2026-01-13T14:06:03+07:00

มีหลายทางเลือก เช่น รถทัวร์ต่อเรือ (Lomprayah) หรือบินมาลงสมุย/สุราษฎร์ฯ แล้วต่อเรือ ทางโรงเรียนมีคู่มือแนะนำการเดินทางเตรียมไว้ให้คุณ

สระว่ายน้ำที่ใช้เรียนในกรุงเทพฯ เดินทางอย่างไร?2026-01-13T14:34:08+07:00

เราเลือกใช้สระว่ายน้ำจุฬาภรณ์เฉพาะทางในทำเลที่เดินทางสะดวก สระตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัย เชื่อมต่อถนนหลัก 3 สาย (พหลโยธิน-งามวงศ์วาน-วิภาวดี)
ทำให้ไม่ว่าจะมาจากโซนไหนก็ถึงสระได้รวดเร็ว

🚆 เดินทางด้วยรถไฟฟ้า (สะดวกที่สุด)

  • BTS สายสีเขียว: ลงสถานี ม.เกษตรศาสตร์ (ทางออก 1) เดินเข้าประตูพหลโยธิน แล้วต่อ รถตะลัย (สาย 1 หรือ 3) หรือเรียก MuvMi มาส่งหน้าสระได้ทันที

  • SRT สายสีแดง: ลงสถานี บางเขน เดินข้ามฝั่งเข้าประตูวิภาวดีรังสิต แล้วต่อรถตะลัยสาย 5 หรือวินมอเตอร์ไซค์

🚗 เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

  • ทางเข้าหลัก: เข้าได้ทั้งจาก ประตูพหลโยธิน, ประตูงามวงศ์วาน และประตูวิภาวดี

  • ที่จอดรถ: บริเวณรอบสระว่ายน้ำมีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง รองรับลูกค้าได้จำนวนมาก ปลอดภัยและไม่แออัด

🚌 เดินทางด้วยรถเมล์

  • ฝั่งพหลโยธิน: สาย 26, 34, 39, 59, 114, 503, 522

  • ฝั่งงามวงศ์วาน: สาย 63, 104, 114, 522, 545

  • ฝั่งวิภาวดี: สาย 29, 52, 510, 555

    Google Map

เป็นภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบเรียนได้ไหม?2026-01-13T13:46:17+07:00

ถ้าอยู่ในช่วงที่มีอาการอักเสบหรือคัดจมูกจะเคลียร์หูยากมาก แนะนำให้พักรักษาตัวให้หายดีก่อนมาเรียนเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของเยื่อบุแก้วหู

Wetsuit จำเป็นต้องมีไหม?2026-01-13T14:34:55+07:00

Wetsuit เป็นอีกอย่างที่ใช้ในการฟรีไดฟ์ เวทสูททำหน้าที่ช่วยคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้หนาวเย็นเวลาอยู่ในน้ำที่นาน และยังช่วยป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้อีกด้วย สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ในระหว่างเรียนทางโรงเรียนมีเวทสูตรให้เช่าสำหรับคนที่หนาวง่ายเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเรียน แต่ถ้าออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปการที่ได้ใส่เวทสูตรหรือชุดแขนยาวขายาว ก็สามารถป้องกันสัตว์มีพิษในทะเลได้เช่นกัน ในระดับต่อไปจริงจังกับกิจกรรมฟรีไดฟ์มีการออกซ้อมบ่อยๆ ก็ควรมีเวทสูทติดตัวไว้อย่างน้อยหนึ่งตัวก็ดี

การสูบบุหรี่มีผลต่อการดำฟรีไดฟ์อย่างไร?2026-01-13T13:43:04+07:00

มีผลทำให้ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการหายใจไม่อิ่มขณะดำน้ำ แนะนำให้ลดหรือเลี่ยงก่อนวันเรียน

จะรู้ได้อย่างไรว่าเรากลั้นหายใจได้นานแค่ไหน?2026-01-13T13:40:04+07:00

ในหลักสูตรจะมีการฝึก Static Apnea (การกลั้นหายใจในสระ) เพื่อสอนให้คุณรู้จักขีดจำกัดและสัญญาณเตือนของร่างกาย เช่น อาการกระตุกของกะบังลม (Contractions)

ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ เรียนฟรีไดวิ่งได้ไหม?2026-01-13T13:38:38+07:00

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเรียน และต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินสุขภาพ เนื่องจากความดันน้ำมีผลต่อระบบหมุนเวียนเลือดและหัวใจ

ทำไมห้ามทำ Hyperventilation (หายใจถี่เกินไป) ก่อนดำน้ำ?2026-01-13T13:08:54+07:00

เพราะจะทำให้ระดับ CO2 ในเลือดต่ำลงเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวูบหมดสติ (Blackout) ใต้น้ำโดยที่ร่างกายไม่ส่งสัญญาณเตือน

เทคนิคการเคลียร์หูแบบ Frenzel คืออะไร?2026-01-13T14:36:07+07:00

คือการใช้โคนลิ้นดันลมเข้าสู่ท่อยูสเตเชียนเพื่อปรับความดันในหูชั้นกลาง ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่นักฟรีไดวิ่งทุกคนต้องฝึกเพื่อให้ดำลึกได้อย่างปลอดภัย
ในคอร์สเริ่มต้น AIDA 2 เราจะได้เรียนถึงวิธีนี้กัน แต่ไม่ได้กังวลเรายังมีวิธีที่ธรรมชาติกว่าในการฝึกเริ่มต้นที่สามรถให้คุณเคลียร์หูได้เลยในระหว่างเรียน

เรียนยากไหม? จะทำได้หรือเปล่า?2026-01-13T14:36:40+07:00

การเรียรฟรีไดฟ์ ไม่ยากและไม่ง่ายเกินไปที่ทุกคนจะสามารถเรียนรู้และปฏิบัติได้ ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับทักษาะการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลว่าจะไปพัฒนาไปได้เร็วและดีแค่ไหน ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ในคอร์สเรียนได้กำหนดวันเรียนไว้อย่างน้อย 1 วันที่ทำให้คุณเรียนรู้ทักษะของฟรีไดฟ์เบื้อต้นทั้งหมด แต่ถ้ายังไม่สามารถทำได้ดีหรือยังไม่ได้ ก็สามารถเรียนซ้ำได้กับทางโรงเรียนของเรา จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สเรียนใหม่ที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียนมีนโยบาย ให้กับนักเรียนที่เรียนกับทางเราได้รับข้อมูลและการปฏิบัติอย่างครบถ้วน เพราะอย่างนั้นไม่ต้องกังวลไป ทำไม่ได้ก็กลับมาเรียนซ้ำใหม่ได้จนกว่าคุณจะสำเร็จผ่านตามเกณฑ์ของหลักสูตรไปได้

สามารถไปเรียนคนเดียวได้ไหม เรียนแล้วไปดำน้ำคนเดียวได้หรือเปล่า?2026-01-13T14:37:05+07:00

การเรียนฟรีไดฟ์แน่นอนสามารถเรียนคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนมาเรียนด้วยก็ได้ เพราะในคลาสเรียนคุณจะได้พบเจอเพื่อนๆใหม่ที่สนใจกิจกรรมแบบเดียวกับคุณ ทำให้คุณได้มิตรภาพใหม่กลับไปและออกไปดำน้ำด้วยกันได้ การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์มีกฏเหล็กสำหรับการดำน้ำอยู่คือ “Never Dive Alone” ห้ามดำน้ำคนเดียวเด็ดขาด ต้องมีคู่ดำน้ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยทั้งสองคน การออกไปดำน้ำเที่ยวเล่นทั่วไปก็ควรมีเพื่อนออกไปดำน้ำด้วย ห้ามไปคนเดียวเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถมีใครช่วยเหลือเราได้

ในคอร์ส AIDA 2 ต้องดำน้ำลึกเท่าไหร่ถึงจะผ่านเกณฑ์?2026-01-13T14:38:06+07:00

เกณฑ์ภาคทะเลของ AIDA 2 คือการดำลึก 12-20 เมตร ควบคู่ไปกับการทำทักษะความปลอดภัยและการกู้ภัย (Rescue) ที่ถูกต้อง
นอกจากความลึกเรายังเรียนการกลั้นหายใจ 2 นาที และดำน้ำไกล 40 เมตร ซึ่งคุ้มค่ากับการเริ่มต้นเรียนฟรีไดฟ์ ที่มีทักษะติดตัวที่ดี

เรียนหลักสูตร AIDA แล้วสามารถต่อยอดไป Molchanovs ได้ไหม?2026-01-13T14:38:43+07:00

สามารถทำได้ผ่านระบบ Crossover โดยครูผู้สอนจะทำการประเมินทักษะตามเกณฑ์ของสถาบันปลายทางเพื่อให้คุณเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ทันที
เป็นข้อได้เปรียบของ AIDA ที่มีทักษะและคุณภาพที่สูงกว่า ทำให้สามารถไปเรียนต่อในหลักสูตรอื่นได้ง่ายขึ้น

ถ้าสอบภาคทะเลไม่ผ่านในครั้งแรก ต้องทำอย่างไร?2026-01-13T14:39:44+07:00

สามารถกลับมาสอบซ่อม (Retake) ได้ครับ ที่ Apnea Thailand เรามีช่วงเวลาซ้อมภาคทะเลให้นักเรียนได้กลับมาพัฒนาทักษะจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ความลึกที่กำหนด
และมีสระน้ำในกรุงเทพฯ ให้เข้ามาฝึกซ้อมหรือ Refresh skill ได้ตลอดทุกสัปดาห์

ใบเซอร์ฟรีไดวิ่ง AIDA มีวันหมดอายุไหม?2026-01-13T12:48:30+07:00

ไม่มีวันหมดอายุครับ เมื่อได้รับแล้วคุณสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันระดับทักษะเพื่อไปดำน้ำหรือลงทริปได้ทั่วโลกตลอดไป

ต้องใช้เวลากี่วันในการเรียนจนได้รับใบประกาศนียบัตร?2026-01-13T14:40:33+07:00

โดยปกติใช้เวลา 2-3 วัน แบ่งเป็นภาคทฤษฎีและสระว่ายน้ำ 1 วัน และภาคทะเล 1-2 วัน ในเนื้อหาเรียน และขึ้นอยู่กับความพร้อมและทักษะของผู้เรียนแต่ละคน
หลังเรียนเสร็จแล้ว ทักษะไหนยังไม่ดีหรือทำไม่ได้ในระหว่างเรียน สามารถกลับเข้ามาฝึกซ้อมกับทางโรงเรียนต่อได้ นี้คือข้อดีของโรงเรียนเรา ที่มี Community การฝึกซ้อมฟรีไดฟ์ในกรุงเทพฯ

AIDA 1 กับ AIDA 2 ต่างกันอย่างไร และควรเลือกอันไหน?2026-01-13T14:41:12+07:00

AIDA 1 คือคอร์สทดลอง 1 วัน ส่วน AIDA 2 คือคอร์สเต็มรูปแบบ หากคุณต้องการดำน้ำจริงจังแนะนำ AIDA 2 เพราะครอบคลุมทั้งทฤษฎี สระ และทะเล พร้อมได้รับใบเซอร์ฯ สากล แนะนำเพิ่มเติมถ้าคุณไม่มั่นใจในการว่ายน้ำของตัวเองหรือลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ แนะนำเรียน AIDA 1 ก่อน แต่ถ้าคุณว่ายน้ำไม่ได้หรือทักษะว่ายน้ำยังไม่ดี และไม่กลัวน้ำ คุณก็สามารถเลือกเรียน AIDA 2 ได้เลย

เรียนจบแล้วได้ใบรับรองหลักสูตรหรือไม่?2026-01-13T14:41:47+07:00

ทางโรงเรียนมีครูฝึกที่ได้รับรองจากองค์กรฟรีไดฟ์ AIDA ในระดับสากลที่มีมาตรฐานสูงสุด และ Molchanovs นักเรียนทุกคนที่ผ่านหลักสูตรเรียบร้อยแล้วจะได้รับไปรับรองจากหลักสูตรฟรีไดฟ์ที่คุณได้รับเรียน เว้นแต่คุณจะไม่ผ่านเกณฑ์และครบเวลาที่หลักสูตรกำหนด

อยากเรียนฟรีไดฟ์ ต้องเริ่มต้นยัง?2026-01-13T14:42:14+07:00

การเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ในขั้นแรก จะสามารถเริ่มเรียนได้ 2 คอร์ส Basic Freedive หรือ Freediver ในระดับแต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการทำกิจกรรมหรือสภาพของร่างกาย ความแตกต่าง หลังผ่านหลักสูตรแล้วก็เรียนในระดับต่อไปได้ Advande Freediver และ Master Freediver ในระดับถัดไปสำหรับคนที่อยากทำเป็นอาชีพหรือเพิ่มทักษะความรู้มากขึ้น เรียนระดับ Freedive Instructor ได้

ฟรีไดฟ์มีแบ่งประเภทด้วยหรือ?2026-01-13T12:36:36+07:00

ฟรีไดฟ์ได้มีการแบ่งประเภทออกเป็นทั้งหมด 8 ประเภท ตามลักษณะการกลั้นหายใจ 

Static Apnea – กลั้นหายใจอยู่กับที่ หนึ่งลมหายใจกลั้นให้ได้นานที่สุด

Dynamic Apnea with fins – ดำนำในแนวระนาบ หนึ่งลมหายใจไปให้ได้ไกลที่สุด โดยใช้ฟิน

Dynamic Apnea nofin – ดำนำในแนวระนาบ หนึ่งลมหายใจไปให้ได้ไกลที่สุด โดยไม่ใช้ฟิน

Free Immersion – การดึงเชือกลงไปในความลึกและดึงเชือกกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ

Constant Weight with fins – ดำน้ำดิ่งลงไปและว่ายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ สามารถจับเชือกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนกลับตัว โดยใช้ฟิน

Constant Weight nofin – ดำน้ำดิ่งลงไปและว่ายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ สามารถจับเชือกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนกลับตัว โดยไม่ใช่ฟิน

Varible Weight – ใช้อุปกรณ์น้ำหนักพาลงไปในความลึก กลับขึ้นมาโดยการว่ายหรือดึงเชือก

No Limits – ใช้อุปกรณ์น้ำหนักลงไปในความลึก และกลับขึ้นมาด้วยอุปกรณ์

ในคอร์สเรียนนักเรียนทุกคนจะได้เรียนในทุกประเภท ในแต่ระดับของฟรีไดฟ์ที่เข้าร่วมหลักสูตร

ประโยชน์ของการเรียนฟรีไดวิ่งคืออะไร?2026-01-13T12:34:21+07:00

ช่วยให้คุณมีสมาธิที่ดีขึ้น ควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้น และได้สัมผัสโลกใต้น้ำในมุมมองที่อิสระและเป็นธรรมชาติมากกว่าการดำน้ำประเภทอื่น

ฟรีไดวิ่งต่างจากสน็อกเกิล (Snorkeling) อย่างไร?2026-01-13T14:42:40+07:00

ต่างกันที่ระดับความลึกและเทคนิค สน็อกเกิลคือการลอยตัวดูปะการังจากผิวน้ำ แต่ฟรีไดวิ่งมีการใช้เทคนิคการเคลียร์หู (Equalization) เพื่อดำลงสู่ความลึกอย่างเป็นระบบ และสังเกตุอาการต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการดำน้ำลึกเป็นเวลานาน

การดำน้ำฟรีไดฟ์อันตรายไหม?2026-01-13T14:43:03+07:00

มีความปลอดภัยสูงมากหากเรียนและปฏิบัติอย่างถูกต้อง ภายใต้กฎความปลอดภัยสากล เช่น การไม่ดำน้ำคนเดียว (Never Dive Alone) และการมี Buddy ที่ผ่านการอบรมคอยดูแลเสมอ เราสามารถหลีกเลี่ยงความอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในคอร์สเรียนของเราจะมีการสอนให้เข้าใจถึงความเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน การเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกวิธีและทำให้เข้าใจฟรีไดฟ์ได้อย่างลึกซึ้ง คุณก็จะสามารถดำน้ำได้ด้วยความปลอดภัย

ว่ายน้ำไม่เป็นเรียนฟรีไดฟ์ได้หรือไม่?2026-01-13T14:43:59+07:00

ควรว่ายน้ำได้เบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย โดยมาตรฐานคอร์ส AIDA 2 จะต้องสามารถว่ายน้ำเบื้องต้นหรือลอยตัวได้ เพื่อยืนยันว่าคุณสามารถดูแลตัวเองในน้ำลึกได้
แต่ถ้าคุณไม่สามารถว่ายน้ำได้เลย ลอยตัวไม่ได้และกลัวน้ำ เราแนะนำให้เริ่มต้นเรียนที่ AIDA 1 ก่อน เพื่อปรับพื้นฐาน ไม่ต้องกังวลใน Community ของโรงเรียนเราจะคอยสอนการว่ายน้ำเพิ่มเติมด้วยอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยโดยสมบูรณ์

ฟรีไดฟ์ (Freediving) คืออะไร?2026-01-13T14:44:41+07:00

ฟรีไดวิ่งคือการดำน้ำโดยใช้ลมหายใจเดียว (Breath-hold) โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยหายใจใต้ตัว เน้นความสงบ การฝึกสมาธิ และการเข้าใจกลไกของร่างกายภายใต้ความดันน้ำ การเล่นกิจกรรมชนิดนี้มีความเสี่ยงอาจที่เกิดอันตรายกับร่างกายและชีวิตของเราได้ ควรที่จะเริ่มต้นเรียนฟรีไดฟ์อย่างถูกต้องและมีใบรับรอง ฟรีไดฟ์ยังมีการแข่งขันเพื่อทำสถิตในการดำน้ำอีกด้วย

อุปกรณ์เริ่มต้นฟรีไดฟ์มีอะไรบ้าง ต้องมีไปก่อนเรียนหรือเปล่า?2026-01-13T14:45:05+07:00

เริ่มต้นในคอร์สเรียนทางโรงเรียนได้จัดอุปกรณ์ทั้งหมดในการเรียนฟรีไดฟ์ไว้หมดแล้ว นักเรียนสามารถใช้และได้ลองอุปกรณ์ต่างๆได้โดยที่ยังไม่ต้องซื้อมาก่อนเริ่มเรียน ถ้ารู้สึกชอบและอย่างจริงจังกับกิจกรรมนี้ก็สามารถซื้ออุปกรณ์เป็นของตัวเองได้เช่นการ ทางโรงเรียนก็มีร้านพันธมิตรซึ่งมีส่วนลดในการซื้อสินค้าฟรีไดฟ์ให้กับนักเรียนทุกคน และทางครูกับสตาฟภายในโรงเรียนพร้อมให้คำปรึกษากับการเลือกซื้ออุปกรณ์ให้ถูกวัตถุประสงค์ในการใช้งานกับราคาที่คุ้มค่าที่จะต้องจ่าย เพื่อใหม่ได้สินค้าในราคาที่ไม่แพงเกินไป

ทำอย่างไรถึงกลั้นหายใจได้นานๆ?2026-01-13T14:45:27+07:00

การกลั้นหายใจได้นาน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นการหายใจให้ถูกวิธีในแบบของฟรีไดฟ์ ทักษาะการผ่อนคลาย การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่เริ่มกลั้นหายใจ และการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีเพื่อพัฒนาศักยภาพร่างกายให้ดีขึ้นไป ทั้งหมดนี้มีอยู่ในคอร์สเรียนของเราซึ่งคนที่ได้เข้าคอร์สเรียนจะได้รับการอบรมในเนื้อหาส่วนนี้

มีโรคประจำตัวเรียนได้ไหม หรือไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำเล่นกีฬาฟรีไดฟ์ได้หรือไม่?2026-01-13T14:46:40+07:00

ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวบางอย่างก็จะสามารถเรียนได้เช่นกัน โรคประจำตัวที่ไม่สามารถเรียนได้ คือ โรคความดั่นโลหิตต่ำ โรคหัวใจ โรคลมชัก โรคเกี่ยวกับปอด โรคภาวะติดเชื้อรุนแรง โรคประสาทขั้นรุนเรง เป็นต้น ส่วนบุคคลที่ร่างกายไม่แข็งแรงมากก็สามารถเรียนได้ฟรีไดฟ์จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นได้ แต่การเล่นกีฬาก็ควรหมั่นทำให้ร่างกายแข็งแรงและปลอดโรคจะดีที่สุด ควรได้รับการรับรองจากแพทย์ก่อนเริ่มเรียนฟรีได์

อายุเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ได้?2026-01-13T14:47:10+07:00

ภายใต้ข้อกำหนดหลักสูตรของโรงเรียน ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป หรือ อายุ 12-16 ปีสำหรับหลักสูตรเด็ก (Junior) โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถเริ่มเรียนฟรีไดฟ์ในหลักสูตของเราได้ อายุมากที่สุดไม่มีกำหนด ถ้าคุณคิดว่าคุณอายุเยอะแล้วแข็งแรงอยากเปิดประสบกาณ์ใหม่ให้ชีวิตคุณก็สามารถเข้าร่วมคอร์สฟรีไดฟ์ได้

Contact

Go to Top